All posts filed under: Arts

การพัฒนาสมองมนุษย์ ด้วยศิลปะ

พวกเรารู้กันมานานแล้วว่าศิลปะเป็นสิ่งส่งเสริมจิตใจมนุษย์ ช่วยทำให้มนุษย์มีจิตใจที่อ่อนโยน สงบ และไม่หยาบกระด้าง  พวกเราใช้ศิลปะบางแขนงช่วยสำหรับการเยียวยาความป่วยของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ  นี่คือประโยชน์ของศิลปะที่พวกเรารับทราบ แม้กระนั้นก็ยังไม่มีใครพูดได้ว่า แท้จริงศิลปะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มากกว่าที่พวกเรารับทราบมากนัก ไม่นานมานี้เองนักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง (neuroscientist) ได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าต้นสายปลายเหตุที่ทำให้มนุษย์ฉลาดหลักแหลม ก็คือ การที่เซลล์สมองมาต่อเชื่อมกันเป็นวงจรประสาท (neural circuit) ยิ่งเซลล์เหล่านี้ต่อเชื่อมกันเป็นวงจรรวมทั้งจัดระบบกันได้ดีเยี่ยมเท่าไรก็จะก่อให้สมรรถนะของสมองมีมากขึ้นเท่านั้น นั่นก็คือทำให้มนุษย์ฉลาดปราดเปรื่องขึ้นนั่นเอง ปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์ถามถัดไปอีกก็คือ อะไรเป็น ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เซลล์สมองกลุ่มนี้มาเรียงเชื่อมต่อกันเป็นวงจรที่สมบูรณ์ คำตอบที่ได้ก็คือการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ของมนุษย์ การกระตุ้นและก็ท้าทายความคิด การฝึกหัดจัดการกับปัญหาแล้วก็ฝึกหัดจินตนาการของคนเรานั่นเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าหากพวกเราต้องการฉลาดหลักแหลมพวกเราก็ต้องหากิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ซึ่งสามารถทำให้มีการเกิดสิ่งที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว กิจกรรมศิลปะนำไปสู่อะไรขึ้นในสมองมนุษย์? ถ้าเกิดจะตอบด้วยภาษาทางด้านจิตวิทยาก็จำต้องกล่าวว่า กิจกรรมศิลปะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการพัฒนาจินตนาการของคนเรา นำไปสู่ความอ่อนโยนทางอารมณ์ เกิดสุนทรียภาพรวมทั้งความตรึงใจ นอกจากนั้น ยังเป็นเหตุให้อวัยวะส่วนต่างๆที่เกี่ยวพันกับวิธีการทำกิจกรรมมีการขยับเขยื้อน ซึ่งโดยสรุปแล้วพวกเราก็ยังแลเห็นไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ในสมองมนุษย์ ตอบใหม่คราวนี้เราจะตอบโดยภาษาของนักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง ก็จำเป็นต้องพูดว่ากิจกรรมศิลปะนำมาซึ่งการเชื่อมต่อกันของเซลล์สมองในส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับจินตนาการ ความซาบซึ้งประทับใจ การเคลื่อนไหวผสานกันของมือไม้แขนขาที่เกี่ยวพันกับกิจกรรมศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นสมองส่วนหน้า (cerebral cortex) สมองส่วนกลาง(parietal lobe) สมองน้อย (cerebellum) หรือสมองส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอารมณ์ (amygdala) นี่เป็นความชัดเจนของกิจกรรมศิลปะที่มีต่อสมองมนุษย์ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองได้นำมาให้พวกเรารับรู้ พวกเราจะใช้กิจกรรมศิลปะกับนักเรียนเพื่อช่วยปรับปรุงสมองรวมทั้งการศึกษาได้ยังไง? ขั้นตอนแรกจำต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการใช้กิจกรรมศิลปะในที่นี้ไม่ใช่การฝึกฝนให้ผู้เรียนเป็นช่างวาดเขียนหรือปฏิมากรผู้ยิ่งใหญ่ แม้กระนั้นเป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรักและก็ตื้นตันในศิลปะ ต้องการจะดำเนินงานศิลปะไม่ว่าแขนงอะไรก็แล้วแต่ ด้วยเหตุว่าพวกเราอยากให้การทำกิจกรรมศิลปะนี้ไปกระตุ้นการสร้างวงจรหลายๆวงจรในสมองของเด็ก ผลงานศิลปะจะออกมาดีหรือไม่ดีไม่ใช่ประเด็น พวกเราอยากได้สมองที่สมบูรณ์ ไม่ใช่งานศิลปะที่ดีเลิศ แต่ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเด็กบางคนที่มีแววของความเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต ซึ่งอาจารย์จะต้องดูให้ได้และก็ช่วยส่งเสริมต่อไปเป็นกรณีพิเศษ อย่างไรก็แล้วแต่ การที่เขาได้สัมผัสกับกิจกรรมศิลปะตั้งแต่ต้นๆเป็นการสร้างวงจรรากฐาน ทางศิลปะในสมองของเขา ซึ่งมันจะถูกต่อยอดในโอกาสข้างหน้าได้อย่างสะดวกสบาย หลักสำคัญถัดมาก็คือพวกเราจำเป็นจะต้องไม่ตีกรอบให้เด็ก เด็กบางคนชอบวาดภาพ บางคนชอบปั้นดิน ตัดกระดาษปะติดเป็นรูป พวกเราจำต้องปลดปล่อยตามอิสระในช่วงแรก ด้วยเหตุว่านี่เป็นการผลิตความแข็งแรงให้แก่วงจรของสมองในส่วนของจินตนาการ เด็กบางทีอาจจะลองหรือทดสอบไปเรื่อยๆหาประสบการณ์แต่ละอย่างตามความชื่นชอบ ทุกสิ่งที่เขาสัมผัสจะนำมาซึ่งการทำให้เซลล์ในสมองของเขาก่อรูปเป็นวงจรเรื่องต่างๆขึ้นมา โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือวงจรแห่งจินตนาการ rb88 ด้วยเหตุว่ามันจะเป็นพื้นฐานอันสำคัญของอีกหลายๆเรื่องในชีวิตของเขาในอนาคต  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มนุษย์ที่ทุกคนเชิดชูว่าฉลาดหลักแหลมที่สุดต่อจาก เซอร์ไอแซก นิวตัน ได้กล่าววาจาอันเป็นอมตะไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าวิชาความรู้ Imagination is more important than knowledge.”  ด้วยเหตุนั้น พวกเราจำเป็นต้องให้โอกาสให้กิจกรรมศิลปะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยก่อรูปวงจรของจินตนาการ ให้เกิดขึ้นในสมองของเด็กให้ได้ ศิลปะเป็นอีกภาษาหนึ่งของคนเรา เป็นภาษาสากลซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความคิดของศิลปินออกมาให้คนอื่นรับทราบได้ เด็กบางบุคคลอาจจะมีความยากลำบากในการสื่อสารด้วยภาษาพูด ภาษาเขียน โดยเฉพาะในเด็กตัวเล็กๆๆกิจกรรมศิลปะก็เลยเป็นอีกวิถีทางหนึ่งซึ่งสามารถใช้เพื่อติดต่อกับเด็ก พวกเราจะสามารถรับทราบความคิด รู้ความต้องการรวมทั้งปัญหาของเขาได้ผ่านทางงานศิลปะ แล้วก็ที่สำคัญก็คือความรู้ความเข้าใจสำหรับการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดจินตนาการของคนเราออกมาเป็นงานศิลปะนั้น พวกเรานับว่าเป็นความฉลาดอย่างหนึ่งของผู้คนซึ่งสามารถส่งเสริมโลกให้มีความสวยสดงดงามน่าอยู่น่าประทับใจได้ แล้วก็งานศิลปะบางครั้งยังสามารถก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจได้อย่างมากมายอีกด้วย ศิลป์ เป็น เครื่องไม้เครื่องมือที่ทำให้ผู้ผลิตงานศิลป์เกิดความภูมิใจในตนเอง การที่เด็กสร้างงานศิลปะขึ้นมาสักชิ้นจะดีหรือไม่ดี สวยหรือไม่สวย ไม่สำคัญเท่ากับว่าเขาได้ทำมันขึ้นมาแล้ว งานชิ้นนี้ได้ผ่านการวางกรอบแนวคิดคิดแผนในการผลิต แล้วก็ลงมือผลิตกระทั่งเสร็จ นี่เป็นค่าของงานที่พวกเราจำเป็นต้องให้การชื่นชมมากกว่าคุณภาพของผลงาน ผลแห่งการทำงานชิ้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วมันได้วางวงจรของการสร้างสรรค์งานศิลปะให้กับเด็กแล้ว นี่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องการ นอกจากนี้ การชื่นชมเด็กจะมีผลให้วงจรสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองตัวเอง การยอมรับนับถือตัวเองรวมทั้งคนอื่นมีความเข้มแข็งขึ้น สังคมอะไรก็แล้วแต่ ล้วนอยากได้ผู้ที่มีจินตนาการ สร้างสรรค์ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดจินตนาการของตนออกมาทั้งในแบบคำพูดและสัญลักษณ์ทางศิลปะ ตลอดจนต้องการผู้ที่เคารพตนเองและคนอื่นๆด้วยกันทั้งนั้น กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งส่งเสริมจิตใจมนุษย์แค่นั้น หากแต่ว่าเป็นกิจกรรมซึ่งสามารถสร้างผู้ที่มีความสามารถที่จะสร้างโลกใบนี้ให้เป็นไปตามที่ใจมุ่งหมายเลยทีเดียว

ศิลปะสมัยใหม่

ศิลปะสมัยใหม่ เป็นคำที่ใช้เรียกการสร้างงานศิลปะตั้งแต่ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงราวคริสต์ทศวรรษ 1970 (สำหรับการสร้างงานศิลปะเมื่อไม่นานมานี้ ชอบเรียกว่า ศิลปะร่วมสมัย หรือ ศิลปะหลังสมัยใหม่) โดยการเป็นงานที่มีลักษณะเป็นสากล และเป็นแบบอย่างของแต่ละบุคคลมากว่าที่จะเป็นแบบอย่างศิลปะที่แคว้นซึ่งเป็นแบบที่มีความแตกต่างกันจนกระทั่งยากที่จะกล่าวอย่างผิวเผินได้ วัสดุและ   เทคนิคใหม่ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งผลผลิตของเครื่องจักรกลได้สะท้อนไปสู่งานศิลปะทำให้รูปแบบของศิลปะมีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น ในเวลาเดียวกัน ความรู้ทางด้านจิตวิทยาและฟิสิกส์ได้จัดแจงรูปแบบความคิดของศิลปินที่มีต่อมนุษย์ และโลกด้านกายภาพขึ้นใหม่ แม้กระนั้น ปรากฏการณ์ต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆได้ แม้ว่าแนวโน้มศิลปะหลายๆแบบในยุคพุทธศตวรรษที่ 25 จะได้พยายามลดคุณค่าแบบอย่างศิลปะส่วนตนไปบ้าง  แต่แนวโน้มที่แพร่หลายไปนี้ก็เน้นหนักที่ความคิดริเริ่มเป็นสำคัญ ลักษณะสำคัญของงานศิลปะสมัยใหม่ จึงเป็นปฏิกิริยาที่ศิลปินแต่ละคนแสดงออกต่อโลกรอบตัวการค้นหาอาณาจักรความฝันเฟื่องของแต่ละคน การสร้างความคิดเห็นใหม่ของตัวเองจากวัสดุและเทคนิควิธีการที่แปลกใหม่ไปจากเดิม เหล่านี้เป็นลักษณะสำคัญของงานจิตรกรรม ประติมากรรมแห่งพุทธศตวรรษที่ 25 แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็ยังให้ความสนใจในศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมและได้รับอิทธิพลจากศิลปะในแบบดั้งเดิมอีกด้วย ศิลปะสมัยใหม่ โดยสรุป จึงเป็นรูปแบบเฉพาะของศิลปินแต่ละคนเน้นความเป็นตัวของตัวเองของศิลปินแต่ละกลุ่มซึ่งมีมากมายหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีแนวความคิดเทคนิค วิธีการที่แตกต่างกันออกไปอย่างหลากหลาย บ้างก็ สะท้อนสภาพสังคม บ้างก็ แสดงมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป บ้างก็ แสดงภาวะทางจิตของศิลปินและกลุ่มชน บ้างก็แสดงความประทับใจในความสวยสดงดงามตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ๆรวมถึงเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ในการสร้างสรรค์งานเพิ่มมากขึ้น  การบริโภค หรือการสนับสนุนงานศิลปะ ไม่จำกัดอยู่ที่ชนชั้นสูงขุนนาง หรือผู้ร่ำรวยอย่างแต่ก่อนเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อประชาชนทั่วๆไปอีกด้วย ไม่เพียงแต่รูปแบบที่หลากหลายทางศิลปะเท่านั้นที่เกิดขึ้น รูปแบบศิลปะสมัยดั้งเดิมก็ยังได้รับความนิยมและสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ด้วย

ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ กับความเป้นงานศิลป์ยุครุ่งเรือง

ศิลปะ เป็นสิ่งที่มีความสวยงาม สร้างความประทับใจและจรรโลงใจแก่ผู้ที่ได้เสพผลงาน ศิลปะนั้นเป็นผลงานของมนุษย์ ซึ่งเกิดจากความคิดอันโดดเด่นและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เรานั่นเองค่ะ ซึ่งจะผลงานแต่ละชิ้นนั้นมีชื่อเสียงที่โด่งดังและได้รับการยกย่องจากผู้ที่ชื่นชอบอีกด้วยค่ะ แต่ศิลปะนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าหากว่าไม่ได้มีการ “ลงมือทำ” หรือสร้างผลงานจากสำหรับผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีดังนี้ค่ะ สำหรับสมัยรัตนโกสินทร์นั้น มีผลงานศิลปะมากมาย และยังคงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอยู่เช่นเดิม เนื่องจากประเทศไทยนั้นมีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นศาสนาประจำชาติ ดังนั้น ผู้สร้างผลงานทางศิลปะ ก็ย่อมความคิดและวิถีชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธเช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งเราจะเห็นได้จากแนวทางของศิลปะในยุคที่ผ่านมานั่นเองค่ะ แต่ในยุคของกรุงรัตนโกสินทร์นั้นจะมีผลงานเด่น ๆ ในด้านใดบ้าง เราขอแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ค่ะ ด้านสถาปัตยกรรม ในด้านสถาปัตยกรรมนั้น การสร้างผลงานจะยังคงนำเอารูปแบบของสถาปัตยกรรมในยุคเดิมอยู่ ก็คือ มีการสร้างวัตถุต่าง ๆ ภายในวัด เช่น สถูป เจดีย์ โบสถ์ เป็นต้น ภายหลังก็ได้มีการสร้างพระที่นั่งขึ้น โดยเริ่มประยุกต์รูปแบบของสถาปัตยกรรมมาเป็นของต่างประเทศค่ะ จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ารูปแบบของอาคารพระที่นั่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก อาคารที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คือ พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่นำรูปแบบสถาปัตยกรรมของตะวันตกมาใช้ในการสร้างนั่นเองค่ะ ด้านประติมากรรม ผลงานของคนไทยในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปจากยุคสมัยอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียวค่ะ เพราะในสมัยอื่นจะมีการประยุกต์มาจากสถาปัตยกรรมของไทยที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม หรืออาจประยุกต์จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว มอญ เป็นต้น แต่ในสมัยนี้จะมีการประยุกต์รูปแบบของสถาปัตยกรรมของตะวันตกด้วยนั่นเองค่ะ ผลงานประติมากรรมที่เห็นได้ชัดในยุคสมัยนี้ ก็คือ พระพุทธรูป ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนลักษณะและอิริยาบถของพระวรกายให้ดูสมจริงมากขึ้นนั่นเองค่ะ ด้านจิตรกรรม ในด้านจิตรกรรมนั้นเรียกได้ว่าเป็นผลงานศิลปะที่มีความโดดเด่นในยุคสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เลยทีเดียวค่ะ เพราะเป็น “ภาพวาดฝาผนัง”นั่นเองค่ะ ซึ่งภาพวาดในสมัยนี้จะไม่ได้วาดในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยตรง แต่จะวาดจากเนื้อเรื่องภายในวรรณคดี อย่างวรรณคดีชื่อดังเรื่อง “รามเกียรติ์” ค่ะ โดยหากคุณได้ไปชม คุณจะเห็นว่าลายเส้นมีความคมชัดและวาดได้เหมือนจริงมากอีกทั้งภาพวาดฝาผนังเหล่านี้ยังเป็นผลงานของเหล่าศิลปินแห่งชาติหลายท่านอีกด้วย ถือเป็นภาพวาดฝาผนังที่งดงามและสมจริงอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ

ศิลปะอียิปต์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ กับงานศิลป์แขนงต่างๆ

ว่าด้วยเรื่องราวของศิลปะนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่คนเราสามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยตนเอง เกิดจากความรู้สึกนึกคิดของตนเองและความต้องการที่จะถ่ายทอดออกมาให้เป็นผลงานชิ้นสำคัญนั่นเองค่ะ แต่นอกจากความรู้สึก ความคิด และความตั้งใจแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การลงมือทำให้สำเร็จนั่นเองค่ะ เมื่อสำเร็จแล้ว หากผู้คนที่ได้ชมผลงานนั้นชื่นชอบ เห็นพ้องกันว่าสวยงาม มีความจรรโลงใจ มีความหมายดี เพียงเท่านี้ผลงานของคุณก็จะเรียกได้ว่าเป็น “ศิลปะ” แล้วล่ะค่ะ ศิลปะอียิปต์ ยาวนานก่อนประวัติศาสตร์ ประเทศอียิปต์ เป็นประเทศที่เราย่อมรู้จักและการมีชีวิตของพวกเขา เพราะชาวอียิปต์นั้นเป็นผู้ที่มาตั้งรกรากและอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์นั่นเองค่ะ แน่นอนว่าพวกเขามีการดำรงชีวิตและได้ความรู้พร้อมทั้งขนบธรรมเนียมและประเพณีต่าง ๆ จากนั้นก็เริ่มมีการถ่ายทอดความคิดโดยใช้เครื่องมืออย่างหลากหลายค่ะ โดยเราจะกล่าวถึงผลงานอันโดดเด่นและเลื่องชื่อของ ศิลปะในประเทศอียิปต์ แยกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ค่ะ ด้านสถาปัตยกรรม สำหรับด้านสถาปัตยกรรมนั้นยิ่งทำให้เรานึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศอียิปต์เลยค่ะ หากท่านยังนึกถึงเรื่องราวของผลงานไม่ออก เราจะขอกล่าวถึงสิ่งที่ชาวอียิปต์ได้สร้างไว้นั่นเองค่ะ ชาวอียิปต์ได้ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้าง “พีรามิด” ขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการบรรจุพระบรมศพของฟาโรห์นั่นเองค่ะนอกจากนี้ พีรามิดนั้นยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น “1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก” อีกด้วยนะคะอีกทั้งการทำ “มัมมี่” ก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งในการรักษาศพที่ควบคู่กับพีรามิดอีกด้วยล่ะค่ะ ด้านประติมากรรม สำหรับผลงานทางศิลปะของประเทศอียิปต์ในยุคนี้ พบว่าผลงานด้านประติมากรรมนั้นก็มีชื่อเสียงอยู่มากเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนมากแล้วศิลปินชาวอียิปต์นั้นก็จะสร้างผลงานประติมากรรมโดยการแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ นั่นเองค่ะ อย่างเช่น การแกะสลักภาพติดฝาผนัง ภาพลอยตัว เป็นต้น ซึ่งเราจะสามารถเห็นภาพลอยตัวได้เมื่อผู้คนในอียิปต์ต้องการทำภาพลอยตัวของพระเจ้า ฟาโรห์ นั่นเองค่ะ ถือเป็นภาพที่เราเห็นและคุ้นเคยไม่น้อยเลยนะคะ จิตรกรรม สำหรับผลงานทางด้านจิตรกรรมในยุคของอียิปต์นั้น เป็นผลงานที่นำวัสดุจากธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ อย่างการใช้สีสันจากธรรมชาติในการวาด ผู้สร้างงานศิลปะจะวาดที่กำแพงหรือฝาผนังของสุสานค่ะ ภาพที่วาดนั้นสามารถจัดองค์ประกอบได้ดีค่ะ สีสันนั้นสวยงาม อีกทั้งยังสอดแทรกเรื่องราวในดำเนินชีวิตของชนเผ่าหรือของประเทศอียิปต์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของจิตรกรรมฝาผนังนั้นอยู่ที่การตีความจากภาพวาด ถือว่าภาพเหล่านั้นยังสามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดายด้วยค่ะ

ศิลปะสมัยอยุธยา

ศิลปะสมัยอยุธยา กับความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์

มนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดซับซ้อนมาก อีกทั้งยังมีความคิดที่เป็นระบบระเบียบอีกด้วยค่ะ ซึ่งทุกคนนั้นล้วนมีความคิดเป็นของตนเอง มีสิทธิในการคิดแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ได้ จึงทำให้ผู้คนที่มีความสามารถนั้นถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกออกมานั่นเอง โดยการถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานที่วิจิตรงดงาม เรามักจะเรียกสิ่งที่ผู้ถ่ายทอดความคิดได้สร้างเอาไว้ว่า “ศิลปะ” นั่นเองค่ะ เราขอนำเสนอเรื่องราวของศิลปะในสมัยอยุธยา ดังนี้ ศิลปะในสมัยอยุธยา มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาพุทธนั่นเองค่ะ อีกทั้งช่างฝีมือก็มีมากมาย ทำให้มีผลงานศิลปะออกมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งในแบบที่สามารถเห็นได้และจับต้องได้ กับสิ่งที่เห็นและจับต้องไม่ได้ค่ะ สมัยอยุธยานั้นสามารถที่จะแบ่งผลงานออกไปอีกตามยุคสมัย ทั้งหมด 3 ยุค ได้แก่ สมัยอยุธยาตอนต้น ตอนกลาง ตอนปลาย แต่เราจะขอสรุปมาเพียงจุดเด่นของ ศิลปะสมัยอยุธยา ดังนี้ค่ะ สถาปัตยกรรม ในด้านสถาปัตยกรรมของไทยนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก โดยได้รับอิทธิพลมากศาสนาพุทธ รวมทั้งอาจได้มีการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมของประเทศอื่นที่เป็นเพื่อนบ้านเรา อย่างเช่น พม่า เขมร มอญ เป็นต้น มาใช้ในการประยุกต์และเป็นแนวทางในการสร้างผลงานค่ะ ซึ่งผลงานทางด้านสถาปัตยกรรมของไทยที่ถือว่าโดดเด่นก็คือ สิ่งที่ก่อสร้างภายในวัดนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสถูปเจดีย์ หรือพระปราง นั้นล้วนเกิดในยุคสมัยอยุธยาค่ะ เมื่อได้ไปวัดที่เกิดในสมัยอยุธยาเราก็จะสามารถเห็นได้ถึงศิลปะที่งดงาม น่าประทับใจค่ะ ประติมากรรม อีกเรื่องหนึ่งที่ได้แสดงให้เห็นถึงฝีมือในด้านศิลปะของคนไทยก็คือ ประติมากรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนานั่นเองค่ะ แน่นอนว่า รูปปั้นที่คนไทยนั้นสร้างขึ้นภายในวัด ที่เราเคารพนับถืออย่าง “พระพุทธรูป” นั้น เป็นผลงานที่ดีมาก ด้วยความประณีตในการปั้นและเลียนแบบสรีระของพระพุทธเจ้า การทำให้เห็นถึงอิริยาบถของพระองค์ในปรางค์ต่าง ๆ เป็นประติมากรรมที่ล้ำค่าและสมบูรณ์แบบของชาวไทยอย่างยิ่งเลยค่ะ ศิลปะด้านความบันเทิง ศิลปะอีกหนึ่งประเภทที่เริ่มมีขึ้นในยุคสมัยอยุธยานั้น ก็คือ ศิลปะด้านความบันเทิงนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะที่ไม่สามารถจับต้องได้ ไม่มีรูปทรง แต่ก็สามารถทำให้ผู้ชมงานศิลปะเกิดความบันเทิง รื่นเริงใจได้เช่นเดียวกันค่ะ สำหรับศิลปะด้านความบันเทิงในสมัยอยุธยาที่มีชื่อเสียงนั้นมีหลากหลายประเภทไม่ว่าเป็น ละครนอก ละครใน นาฏศิลป์ เช่น การรำ โขน การเชิดหุ่น เป็นต้น อีกทั้งยังมีการเริ่มประดิษฐ์เครื่องดนตรีไทยขึ้นอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นยุคที่มีศิลปะหลากหลายด้านเลยทีเดียวค่ะ

ศิลปะไทยสมัยเชียงแสน

ภาคเหนือของไทยถือว่าเป็นดินแดนอีกแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสวยสดงดงามทางวัฒนธรรมอีกทั้งด้านการแสดง การวาดภาพ สถาปัตยกรรม และก็อีกเยอะมาก ศิลป์พวกนั้นได้รับอิทธิพลมาจากไหน มีลักษณะเป็นเยี่ยงไร พวกเราไปค้นหาคำตอบกันจากศิลป์ไทยสมัยเชียงแสน แนวความคิดศิลปะไทยสมัยเชียงแสน สมัยเชียงแสนถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสมัยที่มีความเจริญสูงมากมายทางภาคเหนือของไทยทำให้กิจกรรมเกี่ยววัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่เกิดขึ้นมากมายจนกระทั่งแปลงเป็นแนวความคิดตกทอดต่อมาจนถึงบุตรหลานยุคปัจจุบัน แนวความคิดอิทธิพลศิลป์ไทยยุคเชียงแสนนั้นรับมาจากแนวความคิดอาณาจักรพุกาม อาณาจักรใหญ่ทางเมียนมาร์ เชียงแสนรับมาทั้งยังแนวความคิดทางสถาปัตยกรรม ปะติมากรรม และก็จิตรกรรม (ถึงแม้ว่าด้านนี้จะน้อยก็ตามที) แต่ว่าบางตำราพูดว่าศิลป์ไทยยุคเชียงแสนก็ได้รับอิทธิพลมาจากสุโขทัย แล้วก็ ละโว้(จังหวัดลพบุรี) ด้วยเหมือนกัน แนวความคิดการสร้างพุทธรูป งานปะติมากรรมโดดเด่นของแต่ละสมัย พวกเราสามารถไปพบเห็นได้จากการสร้างพุทธรูปแต่ละตอน สำหรับเชียงแสนเองสร้างพุทธรูปเอกลักษณ์ของพวกเค้าเป็น การจับสิ่งของอย่างแก้ว หินสี มาสร้างทำให้พุทธรูปมีความงดงามแตกต่างกัน สีสันไม่มีใครเหมือน นอกเหนือจากนั้นยังมีบางส่วนใช้สำริดมาทำด้วยเหมือนกัน ส่วนรูปร่างพุทธรูปนั้นจะมีสองแบบ หนึ่งจะได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดีย(แบบปาละ) บริเวณใบหน้าอ้วนกลมยิ้ม คางเป็นปมและก็ขัดสมาธิเพชร แบบที่สองรับอิทธิพลมาจากสุโขทัย บริเวณใบหน้าจะเป็นรูปไข่ ผ้าจีวรยาวถึงเท้า นั่งสมาธิแบบราบ สถาปัตยกรรม ด้านการสร้าง ศาสนาสถาน พวกเค้าเลือกใช้สถาปัตยกรรมที่รับอิทธิพลมาจากลังกา กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เจดีย์จะเป็นทรงกลม วงกลมละชั้นจะสลักลวดลายไว้แตกต่างกัน แต่ว่ามีฐานสูงย่อมุมด้วย โดยสถาปัตยกรรมนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการไล่ระดับตรงวงกลมแตกต่างกัน บางที่จะไล่ระดับจากบนลงด้านล่างตลอดทั้งตัวเจดีย์ แม้กระนั้นเจดีย์บางแห่งอาจจะไล่ระดับวงกลมเพียงแค่นิดหน่อยเพียงแค่นั้นอาทิเช่น พระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่น่าดึงดูดก็คือ สถูป ซึ่งออกแบบไว้แปลกมากมายตัวอย่างเช่น วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน มีสถูปแห่งหนึ่งเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมยอดสูงขึ้นไป เจาะเป็นช่องเรียงรายกันไว้ แล้วจะนำพระพุทธรูปยืนปางประทานพรไปใส่เอาไว้ภายในช่องพวกนั้น พอพวกเรามองขึ้นไปจะเห็นราวกับ พุทธรูปกำลังยืนชุมนุมกันอยู่บนนั้นส่วนข้างล่างจะเป็นฐานย่อมุมกับกับสถูปดังที่กล่าวถึงมาแล้วด้วย อันนี้เป็นศิลปะเชียงแสนที่รับอิทธิพลมาจากละโว้ ศิลปะสมัยเชียงแสนเป็นอีกหนึ่งระยะเวลาอันรุ่งโรจน์ของเมือง รวมทั้ง ความก้าวหน้าทางด้านศิลป์ ทั้งยังงานสถาปัตยกรรมบางแห่งยังอยู่ในสภาพดีเยี่ยมมาจนกระทั่งปัจจุบันด้วย ถ้าหากคนใดแวะไปเที้ยวเหนืออย่าลืมไปดูความงามของศิลปะไทยยุคเชียงแสนกันด้วยล่ะ ยืนยันว่าสวยไม่แพ้ใครอย่างแน่แท้ ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี w88 สนใจร่วมสนุกได้ที่ www.wbet88.club  

ศิลปะของอินเดีย

ศิลปะของอินเดีย แบบต่างๆ ที่สะท้อนความมีอารยธรรม

ศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่มีความสวยงาม ประณีต สามารถสร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่รับชมได้ ศิลปะเกิดจากความคิดและความรู้สึกของมนุษย์ แต่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากผู้นั้นไม่ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวตามความคิดของตนเองค่ะ มนุษย์นั้นมีความคิดเป็นของตนเอง ดังนั้น ผลงานที่ได้จึงออกมาแตกต่างกันนั่นเอง สำหรับ ศิลปะอินเดีย ก็เช่นเดียวกัน เพราะเป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ จึงมีหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวอินเดีย เราจะแบ่งรูปแบบศิลปะของอินเดียออกเป็น 5 แบบ ดังนี้ ศิลปะแบบสัญจี ลักษณะในการสร้างสถานที่หรือวัตถุต่าง ๆ ของประเทศอินเดียในสมัยนี้ จะมีการสร้างสถูปเป็นทรงคว่ำ สถูปนี้ได้ชื่อว่าเป็น “สถูปสาญจี” ซึ่งภายหลังก็ได้เป็นต้นแบบให้กับการสร้างสถูปอื่น ๆ ในยุคสมัยหลังจากนี้ด้วยค่ะ อีกทั้งสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในยุคนี้ก็คือ… ประติมากรรมลอยตัวและภาพสลักนูนต่ำนั่นเองค่ะ ซึ่งศิลปินจัดทำขึ้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาพุทธและเทพเจ้าต่าง ๆ นั่นเองค่ะ ศิลปะแบบคันธาระ ศิลปะในยุคนี้นิยมสร้างผลงานทางศิลปะ โดยการใช้หินหรือปูนปั้นค่ะ วิธีในการสร้างผลงานทางศิลปะของชาวอินเดียในยุคคันธาระนั้นจะใช้การปั้นรูปเป็นส่วนใหญ่ ยุคสมัยนี้ถือเป็นยุคแรกและเป็นยุคที่เก่าแก่ที่สุดสำหรับการ “ปั้นพระพุทธรูป” นั่นเอง เพราะในสมัยก่อนชาวอินเดียไม่กล้าที่จะสร้างรูปปั้นของพระพุทธเจ้าค่ะ นี่เป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นก็มีการสืบสานการปั้นพระพุทธรูปให้คงอยู่ไว้จนถึงยุคปัจจุบันและยุคอื่น ๆ สืบไปค่ะ ศิลปะแบบมธุรา สำหรับลักษณะผลงานในยุคนี้หรือที่เรียกกันว่าแบบมธุรานั้น สิ่งที่ศิลปินนิยมสร้างให้เป็นผลงานของตนเองนั้น ก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอีกเช่นเคยค่ะ เหมือนกับยุคที่ผ่านมา โดยในยุคนี้ผู้สร้างผลงานนั้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการปั้นพระพุทธรูปค่ะ โดยปั้นให้คล้ายกับชาวอินเดียมากขึ้นนั่นเอง ถือว่าเป็นยุคหนึ่งที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นสำหรับศิลปะของอินเดียค่ะ ศิลปะแบบอมราวดี รูปแบบของผลงานศิลปะในยุคสมัยอมราวดีนี้ เป็นศิลปะที่แปลกใหม่มากทีเดียวค่ะ ไม่เหมือนกับสมัยก่อน ๆ เลยค่ะ ถึงแม้วิธีการนำเสนอผลงานจะเป็นการปั้นและการแกะสลักดังเดิม แต่ในยุคนี้การปั้นนั้นไม่มีรูปร่างที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะภาพของบุคคลค่ะ ศิลปะแบบคุปตะ สำหรับผลงานทางศิลปะของอินเดียในยุคคุปตะนั้น เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวค่ะ เพราะได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือรูปทรงของผลงานให้ดียิ่งขึ้น สัดส่วนและมิติต่าง ๆ นั้นดูสมจริงมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้รูปแบบการสร้างงานศิลปะในยุคนี้ มีอิทธิพลต่อยุคสมัยใหม่สืบมานั่นเองค่ะ

ศิลปะสมัยสุโขทัย

ศิลปะสมัยสุโขทัย สะท้อนวิถีไทยใดในอดีต

มนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดซับซ้อนกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อยู่บนโลก ความคิดของมนุษย์จะสามารถส่งผลกระทบด้านบวกหรือด้านลบก็ได้ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดเป็นของตนเอง ทำให้สามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่แปลกใหม่ได้เสมอ มนุษย์มักจะสร้างสิ่งที่สวยงามเพื่อแสดงถึงความเจริญของอารยธรรมและบ้านเมืองของตนเอง หรือที่เราเรียกกันว่า “ศิลปะ” นั่นเองค่ะ การคิดค้นและการประดิษฐ์ผลงานทางศิลปะนั้น มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วล่ะค่ะ เพราะคนโบราณนั้นมีความฉลาดในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังรักการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ของตนเองไปสู่ผู้อื่น ด้วยวิธีการนำเสนออย่างวิจิตรงดงามตามความสามารถของตนเอง ด้วยความคิดของผู้มีความรู้แตกต่างกัน ทำให้ผู้คนแต่ละยุคสมัยนั้นมีผลงานสืบทอดให้ลูกหลานแตกต่างกัน ผลงานที่ดีเด่นก็จะได้รับการยกย่องและความนิยมมาจวบจนถึงปัจจุบันนั่นเองค่ะ ถ้าหากกล่าวถึง ศิลปะสมัยสุโขทัย หรือการประดิษฐ์ผลงานที่เลื่องชื่อและได้รับการยกย่องในสมัยสุโขทัยนั้น จะเป็นผลงานที่เกี่ยวกับศาสนา ที่เห็นอย่างเด่นชัดเลยก็คือ “พระพุทธศาสนา” นั่นเองค่ะ เพราะว่าประชากรชาวไทยนั้น นับถือศาสนาพุทธ เรียกได้ว่าเป็น “ศาสนาประจำชาติ” เลยทีเดียวค่ะ โดยผลงานศิลปะอันโดดเด่นในยุคสมัยสุโขทัย มีดังนี้ค่ะ ด้านประติมากรรม เนื่องจากในยุคสมัยสุโขทัยนั้น พระพุทธศาสนาค่อนข้างที่จะเจริญในประเทศไทย มีชาวไทยนับถืออยู่จำนวนมาก จึงทำให้ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธในการสร้างสรรค์ศิลปะขึ้นมา นั่นก็คือ “พระพุทธรูป” นั่นเองค่ะ สร้างสรรค์จากการนำวัตถุอันล้ำค่าอย่างทองมาใช้ทำพระพุทธรูปในปางต่าง ๆ เช่น ปางลีลา ปางห้ามญาติ ปางขัดสมาธิ ด้านจิตรกรรม ในด้านของจิตรกรรมก็ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งผลงานที่มีชื่อเสียงโด่งดังและยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในยุคสมัยปัจจุบัน ก็คือ จิตรกรรมฝาผนัง นั่นเองค่ะ ผู้วาดนั้นได้สะท้อนถึงเรื่องราวและความเป็นมาเกี่ยวกับพุทธประวัติ ไตรภูมิ เป็นต้น นอกจากที่จะทำให้เราชาวไทยได้ชมภาพวาดอันวิจิตรงดงามแล้ว ก็ยังได้รับความรู้เพิ่มเติมกลับไปอีกด้วยค่ะ   ด้านสถาปัตยกรรม ความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมนั้นจะเป็นอะไรไปไม้ได้เลย นอกจากวัดวาอารามค่ะ เนื่องจากเราเป็นชาวพุทธ ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนา สถาปัตยกรรมอันสวยงามจึงออกมาในรูปแบบของโบสถ์ วิหาร หรือเจดีย์นั่นเองค่ะ   ผลงานทางศิลปะเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึง “วิถีชีวิตชาวสุโขทัย ว่านับถือศาสนาพุทธ” และที่สำคัญก็คือ มีการดำรงชีวิตอยู่ในธรรมเสมอ ปฏิบัติตนดี และเกรงกลัวต่อบาป หากเราชาวพุทธควรนำเอาแนวคิดเหล่านี้มาเป็นตัวอย่าง บ้านเมืองก็คงสงบสุขไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ

ศิลปะสื่อผสม

ศิลปะสื่อผสม ที่สุดของงานประยุกต์ศิลป์

การสร้างผลงานศิลปะ ในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เปิดกว้างอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ คือ ทุกคนสามารถที่จะแสดงความคิด ความรู้สึก ของตนเองผ่านผลงานได้อย่างมีอิสระ แต่จะต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม จึงทำให้ปัจจุบัน ผู้คนมักจะเห็นผลงานศิลปะของคนทั่วไปอยู่มาก ไม่จำเป็นจะต้องใช้ช่างฝีมือดีหรือศิลปินแห่งชาติมาสร้างผลงานอีกต่อไปค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดแนวหรือรูปแบบของศิลปะมากมายนั่นเอง สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ “ศิลปะสื่อผสม” ดังนี้ “ศิลปะสื่อผสม” คืออะไร ศิลปะสื่อผสม เป็นผลงานศิลปะที่ผู้สร้างผลงาน เลือกที่จะนำวิธีการทางศิลปะหลากหลายประเภทนั้นมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับผลงานของตนเองค่ะ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ… การนำเอาสื่อที่มีจำนวนตั้งแต่ 2 สื่อขึ้นไปมาผสมผสานหรือประยุกต์เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นผลงานศิลปะนั่นเองค่ะ เช่น การใช้กระดาษสีต่าง ๆ ในการทำให้เกิดเป็นรูปร่างหรือเป็นภาพตามต้องการค่ะ ข้อดีของศิลปะสื่อผสม -ทำให้ผลงานชิ้นนั้นดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ผลงานศิลปะสื่อผสมนั้นเป็นงานศิลปะสมัยใหม่ที่เรียกได้ว่าให้อิสระทางความคิดได้ดีมากทีเดียว เพราะคุณสามารถสร้างผลงานในลักษณะในก็ได้ตามความต้องการ วิธีการทำผลงานศิลปะสื่อผสมในส่วนใหญ่มักจะวาดรูปลงในกระดาษ จากนั้นก็จะนำเอากระดาษหรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีสีตามที่ต้องการ มาใส่ลงในผลงาน ทำให้ภาพนั้นดูมีมิติ คมชัดมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ -ทำให้ผู้คนสามารถทำความเข้าใจง่ายขึ้น การทำผลงานศิลปะสื่อผสมนั้น เมื่อทำเสร็จแล้วจะทำให้ภาพนั้นดูมีมิติมากยิ่งขึ้น หากเลือกแนวศิลปะหรือวัสดุที่สอดคล้องกันกับสีธรรมชาติของภาพก็จะทำให้ผลงานนั้นสมจริงได้ค่ะ อีกทั้งยังดูมีมิติมากกว่าภาพวาดอีกด้วย ซึ่งมิติที่ทำให้ภาพโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ก็สามารถดึงดูดให้ผู้ชมสนใจ อีกทั้งยังสามารถสื่อความได้ง่ายด้วยตัวของมันเอง ไม่ต้องตีความให้ยุ่งยากเลยค่ะ – สื่อในการใช้งานหาง่าย ไม่ยุ่งยาก แน่นอนว่าหากคุณต้องการทำผลงานศิลปะสื่อผสม ก็ต้องมีวัสดุที่แตกต่างกัน 2 ชนิดขึ้นไป หรือใช้ศาสตร์ 2 แขนงขึ้นไปในการทำงานนั่นเอง สำหรับการหาสื่อนั้นไม่จำเป็นต้องหาอะไรไกลตัวเลยค่ะ เพราะคุณสามารถใช้สื่อที่หาได้ง่าย ๆ อย่างเช่น กระดาษ พืชต่าง ๆ หรือจะเป็นอุปกรณ์ที่มาจากการสังเคราะห์ เป็นต้นค่ะ เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องลงทุนเยอะในการสร้างผลงาน แต่ก็ยังสามารถสร้างผลงานอันสวยงามออกมาได้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สร้างสรรค์ผลงานอย่างมากเลยล่ะค่ะ

ศิลปะตะวันออก

ศิลปะตะวันออก ประเภทต่างๆ กับงานศิลป์หลากแขนง

“ศิลปะ” นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นเองได้ ซึ่งมาจากความคิดและความรู้สึกของคนเรานั่นเองค่ะ ซึ่งผลงานศิลปะ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่ได้ลงมือทำงานให้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ศิลปะเป็นอีกวิธีที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างดี ชัดเจน โดยไม่ต้องพูดก็สามารถสื่อความหมายได้ สำหรับศิลปะในประเทศแถบตะวันออกจะมีลักษณะอย่างไร เราจะมานำเสนอรูปแบบและประเภทของศิลปะค่ะ แต่ก่อนอื่น มาทราบที่มาและแนวคิดของศิลปะตะวันออกกันค่ะ ศิลปะของคนชาวตะวันออกนั้น ส่วนมากหรือเกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ มักจะได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาทั้งสิ้นค่ะ อาจมีศาสนาอื่นบ้างตามประเทศ เช่น ศาสนาฮินดู ศาสนาอิสลาม เป็นต้นค่ะ แตกต่างจากศิลปะของชาวตะวันตกอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ เพราะชาวตะวันตกนั้นล้วนนับถือศาสนาเดียวกันก็คือ ศาสนาคริสต์นั่นเอง สำหรับผลงานศิลปะทางด้านต่าง ๆ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาจะมีอะไรบ้างนั้น เราขอแบ่งผลงานทาง ศิลปะตะวันออก เป็น 3 ด้านดังนี้ค่ะ ด้านจิตรกรรม สำหรับผลงานในด้านจิตรกรรมนั้น แต่ละชาติล้วนมีผลงานของตนเอง เนื่องจากผู้คนในประเทศแถบตะวันออกนั้น.. จะยึดถือขนบธรรมเนียมและประเพณีของชาติไว้เป็นอันดับแรก จึงทำให้ผลงานที่ได้ออกมานั้นแตกต่างกัน ตามสภาพสถานการณ์ของบ้านเมืองและความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนที่ต้องการสื่อผ่านผลงานค่ะ เราขอยกตัวอย่างผลงานของประเทศไทย อย่างการ “วาดภาพบนฝาผนัง” ที่มีความวิจิตรงดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ ได้รับอิทธิพลมาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ ปรากฏขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั่นเอง ด้านสถาปัตยกรรม สำหรับในด้านสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกนั้น โดยส่วนมากจะได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธค่ะ จะเห็นได้จากประเทศเพื่อนบ้านของเราที่นับถือศาสนาพุทธ เช่น พม่า เขมร เป็นต้น ที่มีการสร้างวัตถุที่อยู่ภายในวัด เช่น เจดีย์ สถูป เป็นต้นค่ะ ยกตัวอย่างการสร้างสถาปัตยกรรมที่สวยงามก็มีให้เห็นหลากหลาย เช่น พระปรางค์สามยอด ที่สร้างบริเวณยอดของพระปรางค์นั้นสูงขึ้นไป และมียอดที่มีลวดลายที่สวยงาม เห็นได้ถึงวิธีการก่อสร้างที่เกิดจากการเรียงอิฐขึ้นไปจนถึงยอดนั่นเองค่ะ ด้านประติมากรรม ผลงานศิลปะในด้านของประติมากรรม ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนานั้น สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดสำหรับผลงานของชาวตะวันออกแล้วค่ะ เพราะผู้ที่นับถือศาสนาพุทธนั้น ก็จะนำเอาความรู้และความสามารถไปสร้างเป็นพระพุทธรูปนั่นเองค่ะ โดยเริ่มแรกจะเป็นการสร้างผลงานศิลปะด้วยวิธีการปั้นนั่นเองค่ะ   แต่ในปัจจุบัน ด้วยความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง และมีวิธีการใหม่อย่างการหล่อพระพุทธรูป การปั้นก็จะน้อยลงไป ถือว่างานประติมากรรมของชาวตะวันออกนั้นมีอายุยาวนาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาในศาสนาพุทธของผู้คนชาวตะวันออกนั่นเองค่ะ