All posts filed under: Arts

งานแข่งขัน ศิลปบนเล็บมือ

การประลองศิลป์บนเล็บมือ Nailympics 2014 หรือ เล็บโอลิมปิก ครั้งที่ 10 จัดขึ้นที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยปีนี้มีผู้มาร่วมแข่งขันกว่า 200 คน ซึ่งแต่ละปี ผู้แข่งขันหรือศิลปินก็ระเบิดความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ สาดใส่ไอเดียกันเยอะขึ้นเรื่อยๆทุกปีๆไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนนางฟ้าตัวน้อย ดวงดาวจักราศี ตลอดจนศิลป์แฟนซีแนวต่างๆเครื่องเพชรพลอยคริสตัล ก็ล้วนถูกเสริมแต่งตกแต่ง ปะดิดประดอยด้วยผู้แข่งขันมากมายความสามารถ ที่ต่างงัดวิธีการตกแต่งเล็บแบบ 3 มิติ (3D nail Art) ประสมประสานไอเดียสุดประดิษฐ์ ล้ำจินตนาการ มาฝาดฟันเอาชิงเอาชัยกันแบบไม่มีผู้ใดยอมคนใดกันแน่เลยจ้ะ ซึ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันบางบุคคลก็จัดมาเป็นธีมเทพนิยาย ธีมจากการ์ตูนเรื่องดังอย่าง Alice in Wonderland ที่ยกสิงสาลาสัตว์ แมกไม้ต่างๆมาประดับประดาตกแต่งอยู่บนเเล็บมือ งามวิ๊ง วิจิตรตระการตางานสร้างที่สุด ส่วนผู้ชนะที่เอารางวัลชั้น 1 ในการชิงชัย Nailympics 2014 นี้เป็นของสาวเจ้าบ้าน “Cristina Bea” หากว่าผลงานของคุณบางครั้งก็อาจจะไมได้สะดุดตาเท่าไหร่ บางทีอาจดูเหมือนกับว่าดอกไม้เลี้อยๆไป แม้กระนั้นที่เก๋ไก็ จนกระทั่งชอบใจคณะกรรมการก็คือ มีหลอดไฟฟ้างวิ๊งวับ มีเสียงดนตรีเล่นเพลง ที่สำคัญแต่ละเล็บก็มีแบบแฟนตาซีไม่เหมือนกันออกไป กระทั่งชนะใจผู้ตัดสินไปที่สุดคร่าาา ผลงานของ Cristina Bea ผู้ชนนะในปีนี้ มีดีที่ความไฟระยิบระยับ รวมทั้งเสียงเพลง ไฮไลท์ข้างในงาน nailympics นี้มิได้มีเพียงแต่การจัดแข่งขันชิงชัยศิลป์บนเล็บมือเท่านั้น แม้กระนั้นยังมีผู้ที่มีความชำนาญมาสอน แนวทางการทาเล็บ การตกแต่งเล็บ ให้กับผู้พอใจด้วย ซึ่งผู้จัดงานกล่าวว่าอย่ามีความคิดว่าเป็นงานกิ๊กก็อกเลยจ้า เนื่องจาก ปัจจุบันนี้เทรนด์ทำเล็บแนวแฟนซี 3 มิติ นั้น สตรีกำลังพอใจกันมากมาย ชอบหาเอสเซสซอรี่ เล็กๆน้อยๆ มาเสริมแต่งเล็บให้สวยงามเก๋ๆกันมาก รวมทั้งในแวดวงแฟชั่นก็ฮอตได้รับความนิยม ไม่แพ้กันนะคะ ไม่เช่นนั้นการแข่งขันอาจไม่ดำเนินมาถึงปีที่ 10หรอก จริงไหมจ้ะ สามารถเข้าไปร่วมเล่นเกมพนันออนไลน์ สล็อตออนไลน์ ได้ที่นี้ : https://www.webet.me/สล็อต-happyluke/

4 ภาพศิลปะที่แพงที่สุดในโลก

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจเคยได้เห็นภาพลายเส้นมูลค่าสูงผ่านตากันมาบ้าง ได้แก่รูปภาพในไทยระดับแพงๆก็อยู่หลักหลายสิบล้านบาทก็มี แต่ว่าถ้าเกิดเทียบกับภาพลายเส้นสุดยอดแล้วล่ะก็ ราคายังแตกต่างกันลิบตาลับ ลองมองภาพวาดที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่แพงมากที่สุดในโลกกันว่า จะแพงแค่ไหน Garçon à la pipe โดย พาโบล ปิกาสโซ ปิคาสโซเขียนภาพนี้ขึ้นมาในปี 2448 ในช่วงเวลาที่แก่ได้เพียงแต่ 24 ปีแค่นั้น เป็นภาพของหนุ่มน้อยชาวประเทศฝรั่งเศส ที่ถือไปป์อยู่ในมือซ้าย รวมทั้งสวมพวงดอกไม้ดอกไม้ที่ศีรษะ โดยผลงานชิ้นยอดเยี่ยมนี้ ขายให้กับคนประมูลที่ไม่เปิดเผยชื่อ สำหรับเพื่อการประมูลที่โซธบีส์ จัดขึ้นในนิวยอร์ก เมื่อปี 2547 Bal du moulin de la Galette โดย ปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์ ช่างวาดเขียนชาวฝรั่งวาดภาพบรรยากาศยามบ้าย ที่มูแลง เดอ ลา แกเลตต์ ย่านธุรกิจท้องถิ่นของกรุงปารีส เมื่อปี 2419 เป็นภาพของชนชั้นแรงงาน ที่แต่งตัวดูดีสวยออกมาพบปะกันในยามบ่ายวันอาทิตย์ โดยรูปภาพนี้ นับว่าเป็นผลงานในแบบอิมเพรสชันนิสม์ชิ้นสำคัญของเรอนัวร์ ในตอนกึ่งกลางทศวรรษ 1870 ที่ทำให้มองเห็นถึงชีวิตที่แท้จริงของมนุษย์ โซธบีส์ ได้นำภาพนี้ออกประมูลในนิวยอร์ก เมื่อม.ย. 2533 Three Studies of Lucian Freud โดย ฟรานซิส เบคอน ในปี 2512 ช่างวาดภาพอังกฤษ “ฟรานซิส เบคอน” ได้เขียนภาพของสหายนักแสดง และก็คู่ปรับของเขา “ลูเซียน ฟรอยด์” ในแบบภาพลายเส้น 3 บาน เป็นรูปของฟรอยด์นั่งอยู่บนเก้าอี้ ที่ตั้งอยู่ข้างในกรง โดยมีไม้หัวเตียงอยู่ด้านหลัง เป็นรูปภาพในแบบแอบสแตรก ที่มองเหยเก รวมทั้งโดดเดี่ยว โดยคริสตีส์ ได้นำรูปภาพนี้ออกประมูลในนิวยอร์ก เมื่อปี 2556 กลายเป็นชองผู้เข้าร่วมการประมูลรายหนึ่ง ที่ไม่เปิดเผยชื่อ Portrait of Dr. Gachet โดย วินเซนต์ แวนโก๊ะห์ ช่างวาดภาพคนฮอลแลนด์ “วินเซนต์ แวนโก๊ะห์” เขียนผลงานชิ้นยอดเยี่ยมนี้ขึ้นมา เพื่ออุทิศให้กับนายแพทย์กาเชท์ หมอที่ทำงานรักษาเขา เป็นภาพของหมอกาเชท์ นั่งอยู่บนโต๊ะ ที่มีหนังสือวางอยู่ 2 เล่ม แล้วก็มีสมุนไพรอยู่ด้านหน้า โดยภาพเสมือนของหมอผู้นี้มีอยู่ 2 ภาพร่วมกัน มีการใช้สี และก็มีแบบที่ไม่เหมือนกันออกไป ซึ่งน้องสะใภ้ของแวนโก๊ะห์ ได้นำภาพออกมาขายภาพหนึ่งในราคา 300 ฟรังก์ เมื่อปี 2440 และก็ในปี 2533 มีการนำภาพนี้ออกมาประมูลที่นิวยอร์ก ซึ่งนักอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น นายเรียวอิ ไซโตะ เป็นผู้ชนะการประมูล  

ศิลปบนฝาผนัง หรือ เด็กซนที่พ่นกำแพง

Street Art , Graffiti จำนวนมากอาจจะตีความไปถึงพวกป่วนปั่นบ้านป่วนปั่นเมือง พ่นกำแพงสร้างความเปรอะเปื้อนเลอะไปเรื่อยๆ หารู้ไม่ว่าศิลป์แบบงี้ก็มีที่มา มีสไตล์แล้วก็มีนิยามที่กระจ่างแจ้งของมันอยู่ เช่นเดียวกับเว็บแทงบาคาร่าที่มีที่มาตั้งงแต่สมั๊ยโบราณ อันดับแรกพวกเราจะต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า สตรีทอาร์ต กับ กราฟฟิตี้ มันมีเส้นบางๆกันอยู่ ซึ่งมันแตกต่างนะ… Graffiti คืออะไร? กราฟฟิตี้ หรือที่พวกเรารู้จักกันว่าเป็นการพ่นกำแพง มาจากภาษากรีก ที่แสดงว่า “การเขียน” มีต้นกำเนิดมาจากพวกฮิพฮอพในอเมริกา บูมขึ้นมาได้น่าฟังการพ่นชื่อตัวเองลงบนฝาผนังรถไฟใต้ดิน ทำให้เป็นที่พึงพอใจของคนสามัญที่เห็น และก็ท้ายที่สุดแล้วจึงราวกับเป็นจารีตที่ทำต่อๆกันมา ซึ่งธรรมดาแล้วรายละเอียดจะเป็นการเสียดสีสังคม ร้ายแรง มาจากแหล่งกำเนิดที่เป็นชนผิวดำในสมัยที่เหยียดสีผิวกันเอาจริงเอาจังในอเมริกา ความลำบากใจนี้ถูกเสนอด้วยการพ่นกำแพง แล้วก็จะไม่เปิดเผยตนเอง แน่ๆว่าการพ่นกำแพงโดยมิได้รับอนุญาตนั้นมีความผิด ปรับไม่เกิน 5000 บาท ตามพ.ร.บ. รักษาความสะอาดรวมทั้งความมีระเบียบของบ้านเรือน พุทธศักราช 2535 Street Art คืออะไร? ศิลป์ที่รวมทุกวิธีเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพ้นท์ ปั้น พ่น และก็สร้างผลงานเอาไว้ในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นฝาผนังอาคาร กำแพง แล้วก็นักแสดงจำนวนมากก็คือนักแสดงทั่วๆไปที่หันมาสร้างผลงานทางนี้ ไม่ต้องเป็น Street Artist เต็มตัวก็ได้ รายละเอียดก็จะซอฟท์ๆเบาๆกว่ากราฟฟิตี้หน่อย จะเน้นย้ำความสวยมากยิ่งกว่าการเสียดสี หรือบางครั้งก็อาจจะแทรกสอดอยู่ในรูปก็ตามทีศิลปิน การสร้างงานก็จะไม่ได้ผิดกฎอะไรเสมือนกราฟฟิตี้ เนื่องจากโดยมากก็จะขอในสถานที่นั้นๆก่อน เสมือนเป็นความสมัครของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น กราฟฟิตี้กับสตรีทอาร์ต มันก็จะแตกต่างซะทีเดียว ผิดแผกอีกทั้งวัตถุประสงค์ รายละเอียด และก็ขั้นตอนการสร้างงาน แต่ว่าเรื่องสกิลทีจำเป็นต้องใช้นั้นไม่ต่างอะไรกันเลย เนื่องจากจะต้องดำเนินการแบบ Out Side แบบเดียวกัน อุปกรณ์ สถานที่ ความยิ่งใหญ่ของงานเป็นอีกอย่างที่พิสูจน์นักแสดงได้ดิบได้ดีว่าควรมีความรู้ความเข้าใจจริงๆถึงจะทำเป็น

ที่มาที่ไปและความหมายของ “ศิลปะ”

คำว่า “ศิลป” (Art) มาจากภาษาลาติน Art มีความหมายว่า ความเก่งหรือความถนัดสำหรับเพื่อการทำบางสิ่ง อันเป็นความหมายเดิม ความหมายของคำว่า ศิลปะที่ใช้ในตอนนี้ มาจากคำว่า “arti” และก็ “arte”ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี คำว่า”arte” หมายคือฝีมือช่างทักษะและก็การประดิษฐ์ทางการช่าง (ระหว่างศตวรรษที่ 14-16 ) แน่นอนว่าศิลปะมีหลายๆอย่างที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปะอย่างเช่นศิลปะการว่างเดิมพันกับ สล็อตออนไลน์ ซึ่งหากอยากรู้วิธีการหรืออยากจะลองไปร่วมสนุกกับเว็บ สล็อตออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ สามารถเข้าไปดูและศึกษาได้ที่ : https://slotmania.club/สล็อต-999/ ศิลปะ (Art) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช2525 ได้ชี้แจงไว้ว่า ศิลปะ(สินละปะ) น. ความสามารถ ฝีมือทางการช่างการแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์เห็น โดยยิ่งไปกว่านั้นเป็นวิจิตรศิลป์ ตรงกับคำว่า สิปปะในภาษาบาลี ศิลปะ (Art) ใน ศิลปสงเคราะห์ ของ เสฐียรโกเศศได้ชี้แจงความหมายไว้ว่า ศิลปะ เป็นงานอันเป็นความมุมานะของคนเรา ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายามด้วยมือและก็ด้วยความนึกคิด อย่างเช่น ตัดเสื้อ สร้างบ้านเรือน ปลูกต้นไม้ ฯลฯ แบบงี้เป็นศิลปะมีความหมายอย่างกว้าง

ศิลปะ

ศิลป์ คือ สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์

ศิลป์ ซึ่งก็คือ สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกรวมทั้งความสวยสดงดงาม เพราะฉะนั้น ความงดงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น ก็เลยไม่เป็นงานศิลปะ แต่ว่าแม้กระนั้นธรรมชาติกับศิลป์มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง เนื่องมาจากธรรมชาติ มีความเชื่อมโยง กับการดำรงชีวิตของผู้คนอย่างแนบแน่นมานานแล้ว ธรรมชาติได้ให้ผลดีต่อมนุษย์เป็นเหตุ 4 ประการ ดังเช่น ของกิน เครื่องแต่งกาย ที่พักอาศัย และก็ยารักษาโรค รวมทั้งที่สำคัญที่สุดก็คือ ธรรมชาติเป็นอาหารทางจิตใจให้มนุษย์ใช้เป็นที่พักผ่อนพักผ่อนหย่อนใจ ให้ความสวยงาม ความรื่นเริงและก็ความสงบสุขสุขสบาย โดยผ่านประสาทสัมผัสหรือภาวการณ์รับทราบ 3 ด้าน ดังเช่น การมองมองเห็น เป็น การที่ได้ยกย่องในความงดงามของธรรมชาติ เป็นแรงจูงใจให้มนุษย์ถ่ายทอดความงดงามพวกนี้ เป็นงานศิลปะที่เรียกว่า “ทัศนศิลป์” หรือ “ศิลป์ที่เห็น” มองเห็นการวาดภาพชีวิตสัตว์ ภาพวิว ฯลฯ การได้ยินเสียง เป็น การที่สัมผัสเสียงที่เพราะรวมทั้งบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เป็นแรงดลใจให้มนุษย์ถ่ายทอด ความไพเราะเพราะพริ้งกลุ่มนี้เป็นงานศิลปะที่เรียกว่า “ดนตรี” หรือ “โสตศิลป” เป็นศิลป์ซึ่งสามารถชื่นชอบความไพเราะเสนาะหูด้วยการฟัง อาทิเช่น การแต่งเพลงและก็เล่นเพลงดนตรีไทย เป็นเพลงเขมรไทรโยคที่ชี้แจงความสวยงาม แล้วก็สรรพเสียงอันเพราะของธรรมชาติได้อย่างละเอียดลออลึกซึ้ง ซึ่งเป็นเพลงในพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ฯลฯ การได้สัมผัสลีลาท่าทางการเคลื่อนไหว เป็น การได้สัมผัสความอ่อนช้อยงดงามของธรรมชาติ เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ถ่ายทอดท่าทางการเคลื่อนไหวเอาอย่างธรรมชาติ เป็นงานศิลปะที่เรียกว่า “นาฏกรรม” หรือ “ศิลปะการแสดง” ซึ่งสามารถชื่นชอบความสวยด้วยลีลาท่าทางการเคลื่อนไหว ประกอบเสียงเพลง ก็เลยเป็นศิลป์ที่บูรณาการกับดนตรี เนื่องจากใช้อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีดูแลจังหวะสำหรับการร่ายรำหรือขยับเขยื้อน และนี่คือ ศิลป์ทางธรรมชาติ ที่เป็นสิ่งที่มนุษย์เราสร้างขึ้นมาโดยธรรมชาติ ซึ่งเราต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนเราอย่างเว็บ พนันออนไลน์ สนใจเข้าไปดูโปรโมชั่น สามารถเข้าไปได้โดยคลิก hl8m

ศิลปะและสังคมของมนุษย์

ศิลปะและสังคมของมนุษย์

ถือได้ว่าศิลปะกับสังคมมนุษย์นั้น ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย แม้กระทั้งการเลี้ยงชีพของผู้คนสมัยโบราณ มีการทำวัสดุด้วยเศษสิ่งของจากธรรมชาติ เอามาเหลาให้แหลม ให้คม ให้สวยงามจับถนัดมือ ไว้ใช้เพื่อสำหรับการทำมาหาเลี้ยงชีวิตตน เป็นต้นว่า ล่าสัตว์ ป้องกันตัว จากสัตว์ดุร้ายฯลฯ เมื่อได้สัตว์มา ก็จะเอาเลือดของสัตว์ ไขมันสัตว์ มาเขียน ในที่อยู่ ที่อาศัยของตน อาทิเช่น ในถ้ำ พวกเราจะมองเห็น รูปภาพฝาผนังในถ้ำที่หลากหลายในแต่ละประเทศ ซึ่ง สีที่เขียน ก็มาจาก เสือดของสัตว์ ยางไม้ ดิน รวมทั้งสีจากธรรมชติ ฯลฯ  สมัครrb88 <<<<<คลิกเลย เป้าหมายของรูปภาพผนังถ้ำคงมีไว้ใช้เป็นของขลังบางอย่าง สำหรับช่วยในการล่าสัตว์มีหลักฐานสนันสนุนความเชื่อถือเกี่ยวกับลัทธิวิญญาณนิยม เพราะว่าภาพสัตว์หลายภาพเป็นภาพสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยและก็ปรากฎอาวุธบนร่างกาย หรือบางทีอาจเป็นพิธีบูชาที่เรียกว่า ข่มวิญญาณร้ายหรือตัดไม้ข่มหนาม คือ ก่อนออกไปล่าสัตว์ ก็จะวาดรูปสัตว์ที่อยากล่าบนฝาผนังถ้ำในอาการที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บด้วยลูกธนูหรือลูกหอก หรือสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นในหมู่คณะของตัวเองว่า หากออกไปล่าสัตว์แล้วจะสำเร็จ ได้สัตว์จำพวกนั้นเป็นของกินแน่ๆ การวาดภาพไม่ใช่เพื่อความสวยหรือสนุกสนานเพียงแค่นั้นเนื่องจากว่าเขาไม่ได้วาดตรงบริเวณปากถ้ำเพื่อให้มองเห็น แต่ว่าภาพพวกนี้วาดไว้อย่างมิดชิดมาก สถานที่เร้นลับรวมทั้งสงบ งานศิลปะของผู้คนสมัยปัจจุบันนี้ก็เลยเป็นลักษณะศิลปศาสตร์ (Magic Art) หลายสมัยหลายยุคผ่านไป ศิลปะก็ยังคงคู่กับสังคมมนุษย์ เรื่อยๆมาไม่จืดจ่างหายไป ตามที่ ศ.จ.ศิลป์ พีระศรี ท่านไ ด้กล่าวไ้ว้‘Ars Longa Vita Brevis แม้แต่ในชีวิตมนุษย์เรา รอบๆตัวเราก็ล้วนออกแบบ แล้วก็สร้างมาจากงานศิลปะทั้งปวงไม่ว่าจะเป็น เครื่องนุ่งหม เสื้อ ผ้า โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องใช้สอย อุปโภคแล้วก็บริโภค ล้วนมีการออกแบบ มีการ design, designer สินค้าพวกนี้ขึ้นมาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันให้ใช้งานอย่างสะดวก สบาย ถูกลักษณะในการใช้งานแต่ละชนิด แต่ละลักษณะขึ้นกับจุดมุ่งหมาย และก็สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้น ว่าผู้ออกแบบจะดีไซน์สินค้านั้นเช่นไร ให้สอดรับกับสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้ได้ยังไง และส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ศิลปะ

ศิลปะบำบัด…ยาวิเศษสำหรับจิตใจ

“ศิลปะบำบัด” บางครั้งอาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูสำหรับคนไทยเท่าไรนัก แต่ว่าในประเทศแถบยุโรปอย่างเยอรมัน ศาสตร์ดังว่านับเป็นศาสตร์หนึ่งที่เกิดขึ้นมานานนับ 100 ปี และในไทยเองก็เริ่มมีการใช้ศิลปะเพื่อการบำบัดรักษามาเป็นเวลานาน เพียงแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก…แล้วเพราะเหตุใดคนเราถึงต้องการศิลปะ คำถามนี้อาจจะตอบยาก แต่หากลองเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เข้าใจได้ง่ายกว่า อย่างการถามว่า คุณเคยเป็นหวัดไหม แล้วคุณรักษาอาการนั้นอย่างไร คำตอบที่ได้บางทีอาจเป็นการทานยาหรือการออกไปวิ่งให้ร่างกายแข็งแรงให้หายเอง แต่ถ้าหากคุณไม่ได้กำลังเจ็บป่วยทางกายแบบเป็นไข้หวัด แต่เกิดเจ็บป่วยทางจิตใจ เราจะบำบัดรักษาอย่างไร วิธีการง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ การสรรหา “ยา” สำหรับจิตใจที่มีอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ “ศิลปะ” ที่มีสรรพคุณทำหน้าที่ได้เหมือนกับยาเพื่อการรักษาและบำบัด นอกจาก 138bet จะเป็นตัวเลือกที่ดี ง่าย และสวยงามต่อจิตใจแล้ว ศิลปะยังมีองค์ประกอบอย่าง “สี” ที่เป็นยาชั้นยอดของความรู้สึก การสรรสร้างงานศิลปะยังช่วยสร้างสติและสมาธิให้จดจ่อไปกับมือที่เคลื่อนไหวในการลากเส้น ต่อจุด ฝึกการควบคุมแรงของมือสำหรับการปั้นดิน เพราะศิลปะไม่ใช่แค่การวาดรูประบายสี แต่ว่ารวมถึงการกระทำใดๆก็ตามที่ช่วยจรรโลงจิตใจ ศิลปะจึงเป็นได้ทั้งดนตรี การเคลื่อนไหวของร่างกาย การพูด การเล่น และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเหมือนยาตามธรรมชาติสำหรับจิตใจและพัฒนาการของมนุษย์มาแต่โบราณ ศิลปะบำบัด จึงเป็นการนำกระบวนการทางศิลปะมาปรับใช้ในการเยียวยาและปรับสมดุลให้กับผู้ที่ทำงานศิลปะ โดยแต่ละคนก็จะมีความเป็นปัจเจกบุคคล ในการบำบัด นักศิลปะบำบัดจะพิจารณาปัญหาที่บุคคลผู้นั้นกำลังเผชิญ และวิเคราะห์จากประวัติชีวิตที่ผ่านมา เพื่อหากระบวนการที่เหมาะสมแก่คนนั้นๆและการบำบัดด้วยศิลปะจึงสามารถเยียวยาความรู้สึกหรือจิตใจของมนุษย์ได้หลายระดับ ตั้งแต่อาการเครียดที่เกิดขึ้นมาจากชีวิตประจำวัน ความเร่งรีบ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยการใช้ศิลปะเพื่อบำบัดรักษา อาจเริ่มต้นที่การวาดภาพธรรมชาติ วาดภาพสิ่งที่ตัวเองรู้สึกดี วาดแล้วผ่อนคลาย อาทิเช่นลองใช้สีในโทนที่อบอุ่นวาดวิวดวงตะวันตก เพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเกิดสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำ ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุบางคนที่ใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอด อาจรู้สึกเครียดและกดดันไม่น้อย การได้รู้จักกับสีและลองใช้ความรู้สึกกับสีในการสร้างสรรค์ศิลปะ ก็คงจะช่วยทำให้ได้ต่อเติมพลังทางจินตนาการได้ไม่มากก็น้อย โดยก่อนเริ่มทำงานศิลปะ บางท่านอาจจะมีความรู้สึกต่อสีในเชิงรูปธรรมอยู่ก่อน ตัวอย่างเช่น สีเหลืองจะนึกถึงดอกดาวเรือง หรือพระจันทร์ สีน้ำเงินจะนึกถึงท้องฟ้า ทะเล แต่หลังจากที่ได้ทดลองทำงานศิลปะเกี่ยวกับสี อาจจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกต่อสีในทางนามธรรมและความรู้สึกที่มากยิ่งขึ้น อย่างเช่น สีน้ำเงินให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย สีเหลืองให้ความรู้สึกแจ่มใส มีชีวิตชีวา และเมื่อได้ปล่อยความรู้สึกที่ไร้เส้นแบ่งของเหตุผลเมื่อใด คนในวัยผู้ใหญ่ก็จะเริ่มเห็นถึงความงดงามของธรรมชาติที่อยู่รายล้อมเราอยู่ได้ตลอดเวลา และถ้าหากคุณต้องการลองสัมผัสกับโลกของศิลปะบำบัดแล้วล่ะก็ เพียงแค่หยิบสีใกล้ๆตัวมาระบาย คุณอาจจะเจอคำตอบที่ใช่เพื่อความผ่อนคลายสำหรับตัวคุณเอง

ศิลปะโรมัน

ศิลป์โรมันส่วนมากได้รับอิทธิพลจากภาษากรีก ซึ่งมีส่วนประกอบที่พิถีพิถัน สวยสดงดงาม แม้กระนั้นศิลป์ของโรมันเน้นย้ำความใหญ่โตมโหฬาร มีความสวยหรู สง่างาม มั่นคงแข็งแรง สถาปัตยกรรมโรมันเป็นที่รู้จักมากมาย โรมันเป็นชาติแรกที่คิดค้นสร้างคอนกรีตได้ สามารถใช้คอนกรีตหล่อขึ้นเป็นโครงสร้างรูปโดมช่วยให้การก่อสร้างตึกมีขนาดใหญ่ขึ้น จิตรกรรม จิตรกรรมของโรมัน อาศัยจากการศึกษาวิจัยข้อมูลที่ได้รับมาจากเมืองปอมเปอี สตาบิเอ รวมทั้งเฮอร์คิวเลนุม ซึ่งถูกถล่มทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อ พุทธศักราช 622 แล้วก็ถูกค้นหาเจอในปัจจุบันนี้ จิตรกรรมด้านข้างฝาผนังมีแผงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมักเลียนแบบหินอ่อน เป็นภาพทิวภาพ ภาพคน แล้วก็ภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมมีการใช้แสงเงา และก็กายวิภาคของมนุษย์ชัดเจน เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกับกาวน้ำปูนรวมทั้งสีขี้ผึ้งร้อน นอกเหนือจากการวาดรูป ยังมีภาพประดับโดยการใช้เศษหินสี (Mosaic) ซึ่งใช้กันอย่างมากมาย อีกทั้งบนพื้นแล้วก็ฝาผนังอาคาร สนับสนุนโดยเว็บ คาสิโนออนไลน์ โดย rb88

ข้อมูลงานศิลป หุ่นขี้ผึ้ง

ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย มีเหตุมาจากแรงจูงใจของผู้สร้างสรรค์ นำโดยคุณครูดวงแก้ว พิทยากรศิลปสำหรับเพื่อการประดิษฐ์หุ่นขี้ผึ้งไทยตามแบบของมาดามทรูโซ แต่ว่าเนื่องด้วยการดำเนินการสร้างหุ่นขี้ผึ้งจะต้องประสบพบปัญหาเยอะมาก ตัวอย่างเช่น สภาวะอากาศของเมืองไทยที่มีอุณหภูมิร้อนความชุ่มชื้นสูง แล้วก็มีฝุ่นผงมากมาย ไม่เหมาะสมกับการผลิตหุ่นขี้ผึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งของที่ไม่คงทนถาวร อ.ดวงแก้วฯ ได้ใช้เวลาในการศึกษาวิจัย ค้นคว้าทดสอบเป็นเวลานานกว่า 10 ปี เพื่อค้นหาสิ่งของอื่นที่จะเอามาแทนขี้ผึ้ง โดยอุปกรณ์ควรจะมีความคงทนแข็งแรงทนทาน และไม่ทำให้คุณลักษณะพิเศษของหุ่นขี้ผึ้งด้อยคุณภาพลงไป จนกระทั่งสามารถสร้างหุ่นขี้ผึ้งสมัยใหม่จาก “ไฟเบอร์กลาส” ที่มีความทนทาน ประณีต สวยงามเหมือนคนจริงที่สุด รวมถึงให้ความรู้สึกนุ่มนวลมากยิ่งกว่าขี้ผึ้ง รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งด้วยไฟเบอร์กลาส ที่มีลักษณะเสมือนคนจริงเยอะที่สุดรูปแรก เป็น หุ่นขี้ผึ้งรูปพระราชสังวราภิมณฑ์(หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวณฺโณ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ โดยใช้ช่วงเวลากว่า 3 ปี ภายหลังจากทำการค้นคว้าทดสอบ สนับสนุนการให้ข้อมูลโดย Rb88 แทงบอล

วิหารลายคำ

ประวัติความเป็นมา จิตรกรรมฝาผนังวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ อันโด่งดังไปทั่วโลก

         วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ ด้านในวัดมีศิลปกรรมที่สร้างด้วยช่างฝีมือชาวล้านนาที่งดงาม อาทิเช่นวิหารหลวงที่สร้างเมื่อครั้งอาจารย์บาศรีวิชัย ,หอไตรศิลป์แบบล้านนา ,เจดีย์ทรงระฆังคว่ำศิลปกรรมล้านนารวมทั้งวิหารลายคำที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์พุทธรูปโบราณคู่เมืองจังหวัดเชียงใหม่อีกองค์หนึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมล้านนาในวัดพระสิงห์นั้น ได้ดึงดูดให้นักเดินทางทั้งคนไทยรวมทั้งฝรั่งพากันมาเยี่ยมชมความงามของวัดนี้จำนวนมาก กระทั่งความโด่งดังของวัดพระสิงห์แผ่ขยายออกไปทั่วทั้งโลก       สำหรับความเป็นมาของการสร้างวัดอันยาวนาน หลักฐานท้องถิ่น เป็นต้นว่า ตำนานมูลศาสนา ,ตำนาน 15 ราชวงศ์ ได้บอกว่า พญาผายู (พุทธศักราช1879 -1898)โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อ พุทธศักราช1887 เพื่อประดิษฐานเจดีย์ใส่พระอัฐิธาตุของพระราชบิดาคือ พญาคำฟู(พุทธศักราช1877-1879) แรกเริ่มวัดนี้มีชื่อเรียกว่า วัดพระเชียง แต่ว่าเนื่องจากที่ตั้งของวัดนี้อยู่หน้าตลาดกึ่งกลางเวียง (กาดลี) ประชาชนในยุคนั้นก็เลยเรียกว่า “วัดลีเชียงพระ” ซึ่งแสดงว่า “วัดตลาดเมือง”ในยุคพญาแสนเมืองมาท่านได้กระทำการรบกับพญาพระพรหมแห่งเมืองเชียงรายกระทั่งชนะ ท่านก็เลยได้นำพระพุทธสิหิงค์จากจังหวัดเชียงรายมาประดิษฐานที่วัดพระเชียง หรือ วัดลีเชียงพระนับจากนั้นมา วัดพระสิงห์ผ่านช่วงมาหลายยุคสมัย โบราณสถานต่างๆข้างในวัดจึงปรากฏคล้ายเดิมของต้นแบบศิลปกรรมของช่างในสมัยก่อน วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่อยู่คู่จังหวัดเชียงใหม่มาทุกช่วง นับว่าเป็นวัดเก่าแก่สำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่มีประวัติการก่อสร้างช้านานถึง 674 ปี      วัดนี้ในอดีตกาลเคยเป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับชื่อวัดพระสิงห์ที่สำคัญเห็นจะดังเช่น เมื่อครั้งที่ท้าวมหาพรหม เจ้าเมืองเชียงรายไปได้พระพุทธสิหิงค์ หรือที่ชาวจังหวัดเชียงใหม่เรียกว่า “พระสิงห์” มาจากเมืองกำแพงเพชรและก็ได้นำขึ้นมาถวายให้พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์เมืองจังหวัดเชียงใหม่นั้น ท่านได้เชิญพระพุทธสิหิงค์ลงเรือขึ้นมาตามแม่น้ำปิงเมื่อขบวนเรือมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ ตรงเวลาเย็นแล้วจึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ขึ้นจากเรือ และจากนั้นจึงนำไปตั้งไว้บนบกที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางฝั่งทิศตะวันออกแม่น้ำปิง ปรากฏว่าในคืนนั้นได้เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้น โดยได้มีแสงไฟลุกโชติช่วงขึ้นที่องค์พระพุทธสิหิงค์ แสงไฟนี้เป็นลำยาวขึ้นไปบนฟ้าพาดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คนที่พบเจอต่างมั่นใจว่า นี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธสิหิงค์ ต่างพากันมากราบไหว้ด้วยความศรัทธา หลังจากนั้นก็เลยนำขึ้นตั้งบนราชรถอาสน์ ตั้งขบวนแหนลากจากท่าน้ำวังสิงห์คำ เพื่อจะนำไปตั้งที่วัดสวนดอก แต่ว่าเพียงพอขบวนลากราชรถมาถึงวัดลีเชียงพระ ราชรถก็หยุดเสียเฉยๆถึงแม้ผู้คนจะช่วยกันลากยังไงก็ไม่ไป พระเจ้าแสนเมืองมา ก็เลยได้นิมนต์เชิญพระพุทธสิหิงค์เข้าติดตั้งเอาไว้ภายในวิหารวัดลีเชียงพระ แล้วจัดให้มีการฉลองสมโภชขึ้น นับตั้งแต่นั้นมา พระพุทธสิหิงค์ก็เลยได้ติดตั้งอยู่ที่วัดลีเชียงพระ ผู้คนชาวจังหวัดเชียงใหม่ก็เลยเรียกวัดนี้ใหม่ว่า วัดพระสิงห์         แต่ก่อนที่วัดนี้จะถูก เรียกว่าวัดพระราชสีห์นั้น เดิมมีชื่อว่า “วัดลีเชียงพระ” เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ตลาด ประชาชนเรียกตลาดที่อยู่กึ่งกลางเวียงว่า “กาดลี” คำว่า “เชียง” ก็คือ เวียง หรือ เมือง โดยเหตุนี้วัดที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเมืองก็เลยเรียกว่า “วัดลีเชียงพระ” ซึ่งมีความหมายว่า “วัดตลาดเมือง” ครั้นเมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ลำดับที่ 8 แห่งราชวงศ์มังรายได้เชิญพระพุทธสิหิงค์จากเมืองเชียงรายมาติดตั้งไว้ที่วัดนี้ แล้วจึงเรียกชื่อว่า “วัดพระสิงห์” วัดพระสิงห์ ตั้งอยู่รอบๆกลางเมืองเชียงใหม่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ในรอบๆวัดมีโบราณสถานที่สำคัญและเก่าแก่อาทิเช่น วิหาร วัดพระราชสีห์ เดิมทำขึ้นในยุคพระผู้เป็นเจ้ากาวิโรรส   ถัดมาเมื่อวิหารทรุดโทรมลง ด้วยศรัทธาของชาวบ้านระแวกนั้น ก็เลยไปนิมนต์คุณครูบาศรีวิชัยมาบูรณะแล้วก็สร้างใหม่หมดทั้งหลัง ซึ่งสร้างเป็นศิลปแบบล้านนา ผสมเชียงแสน ความเด่นของวิหารวัดพระสิงห์ก็คือความชันของตัวหลังคาจะกลมกลืนกับตัวอาคาร ที่ก่อสร้างด้วยก้อนอิฐฉาบปูนครึ่งก้อนอิฐครึ่งก้อนตามด้วยไม้มีฝากบ แผนผังของโบสถ์วิหารที่สร้างกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดา โดยมากเป็นโรงใหญ่ไม่มีระเบียงโอบล้อมกรอบ ด้วยเหตุผลดังกล่าวเสาด้านนอกอาคารจึงไม่แสดงจุดสำคัญเหมือนโบสถ์วิหารในรุ่นถัดมา ประตูปากทางเข้ามักจะมีรูปปั้น มีซุ้ม โดยมากจะทำเป็นรูปพญานาค ราชสีห์ หรือนกยูง อันเป็นศิลปะของพม่าภาพวาดฝาผนังในวิหารลายคำวัดพระสิงห์เขียนขึ้นในราวยุครัชกาลที่ 5 โดยความสามารถของ เจ็กเส็ง เป็นจิตรกรรมที่มีความสวยสดงดงาม ทรงอิทธิพลศิลป์จากกรุงเทพมหานครประสมประสานกับแบบประเพณีพื้นเมืองล้านนาที่ยังปนเปกับอิทธิพลศิลปะตะวันตกด้วย ภาพลายเส้นจิตรกรรมฝาผนังของวัดพระสิงห์เป็นภาพลายเส้นเรื่องสังข์ทองหรือสุวัณณสังขชาดก ซึ่งเป็น 1 ใน50 เรื่องของปัญญาสชาดกหรือชาดกนอกนิบาต เป็นงานวรรณกรรมที่แต่งเอาอย่างชาดกโดยพระเถระชาวจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พุทธศักราช2000-2200 นอกจากสุวัณณสังขชาดกแล้วยังมีเรื่องมีราวสมุทรโฆษชาดก สุธนชาดก รถเสนชาดก ฯลฯ     ปัญญาสชาดกแต่ละเรื่องมีลักษณะ 4 ประการคือ บอกว่าเป็นพุทธวจนะมีเหตุให้พระพระพุทธเจ้าทรงเปรยประเด็นนั้นพระสาวกหรือบุคคลถามแล้วจึงทรงเล่ารวมทั้งตอนสุดท้ายมีเรื่องมีราวการกลับชาติ ปัญญาสชาดกนี้เคยเผยแพร่ไปถึงเมืองเมียนมาร์ เรียกกันว่า “จังหวัดเชียงใหม่ปัณณาส” กษัตริย์ประเทศพม่าองค์หนึ่งดำรัสว่าเป็นหนังสือที่แต่งเลียนแบบพระพุทธวจนะรวมทั้งสั่งให้เผาเสีย การเขียนภาพวาดฝาผนังในวิหารลายคำวัดพระสิงห์ช่างเขียนสามารถระบุจินตนาการได้ตามอย่างที่ต้องการ โดยการเขียนภาพคนภายในกิริยาท่าทางต่างๆมีการใช้สีที่แจ่มใส บอกถึงอารมณ์รวมทั้งลูกเล่นของช่างในสมัยก่อน เป็นที่น่าสังเกตุว่าภาพผู้ที่เขียนนั้นเป็นการเลียนแบบวิถีชีวิตของคนล้านนาในอดีตซึ่งสังเกตุจากรอยสักรอบๆต้นขาของรูปคนในรูปภาพ รวมถึงการแต่งกายของเพศชายที่นุ่งแต่ผ้าเตี่ยวมีผ้าตะพายพาดไหล่ซึ่งเป็นรูปแบบของคนล้านนาภาพลายเส้นจิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำของวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร นับว่าเป็นงานฝีมือของช่างชั้นเอกที่ปัจจุบันนี้ยังคงได้รับการรักษา ถึงแม้ว่าตัววิหารลายคำจะผ่านการบูรณะซ่อมมาแล้วหลายคราว แต่ว่ารูปภาพฝาผนังบ้านยังคงได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อมีโอกาสมาท่องเที่ยววัดพระสิงห์ ลองแวะเข้าไปดูความสวยสดงดงามของภาพเขียนจิตรกรรมได้ที่ วิหารลายคำ จ.เชียงใหม่ เรียบเรียงโดย www.fun88th.pro