Month: July 2019

วิหารลายคำ

ประวัติความเป็นมา จิตรกรรมฝาผนังวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ อันโด่งดังไปทั่วโลก

         วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ ด้านในวัดมีศิลปกรรมที่สร้างด้วยช่างฝีมือชาวล้านนาที่งดงาม อาทิเช่นวิหารหลวงที่สร้างเมื่อครั้งอาจารย์บาศรีวิชัย ,หอไตรศิลป์แบบล้านนา ,เจดีย์ทรงระฆังคว่ำศิลปกรรมล้านนารวมทั้งวิหารลายคำที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์พุทธรูปโบราณคู่เมืองจังหวัดเชียงใหม่อีกองค์หนึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมล้านนาในวัดพระสิงห์นั้น ได้ดึงดูดให้นักเดินทางทั้งคนไทยรวมทั้งฝรั่งพากันมาเยี่ยมชมความงามของวัดนี้จำนวนมาก กระทั่งความโด่งดังของวัดพระสิงห์แผ่ขยายออกไปทั่วทั้งโลก       สำหรับความเป็นมาของการสร้างวัดอันยาวนาน หลักฐานท้องถิ่น เป็นต้นว่า ตำนานมูลศาสนา ,ตำนาน 15 ราชวงศ์ ได้บอกว่า พญาผายู (พุทธศักราช1879 -1898)โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อ พุทธศักราช1887 เพื่อประดิษฐานเจดีย์ใส่พระอัฐิธาตุของพระราชบิดาคือ พญาคำฟู(พุทธศักราช1877-1879) แรกเริ่มวัดนี้มีชื่อเรียกว่า วัดพระเชียง แต่ว่าเนื่องจากที่ตั้งของวัดนี้อยู่หน้าตลาดกึ่งกลางเวียง (กาดลี) ประชาชนในยุคนั้นก็เลยเรียกว่า “วัดลีเชียงพระ” ซึ่งแสดงว่า “วัดตลาดเมือง”ในยุคพญาแสนเมืองมาท่านได้กระทำการรบกับพญาพระพรหมแห่งเมืองเชียงรายกระทั่งชนะ ท่านก็เลยได้นำพระพุทธสิหิงค์จากจังหวัดเชียงรายมาประดิษฐานที่วัดพระเชียง หรือ วัดลีเชียงพระนับจากนั้นมา วัดพระสิงห์ผ่านช่วงมาหลายยุคสมัย โบราณสถานต่างๆข้างในวัดจึงปรากฏคล้ายเดิมของต้นแบบศิลปกรรมของช่างในสมัยก่อน วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่อยู่คู่จังหวัดเชียงใหม่มาทุกช่วง นับว่าเป็นวัดเก่าแก่สำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่มีประวัติการก่อสร้างช้านานถึง 674 ปี      วัดนี้ในอดีตกาลเคยเป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับชื่อวัดพระสิงห์ที่สำคัญเห็นจะดังเช่น เมื่อครั้งที่ท้าวมหาพรหม เจ้าเมืองเชียงรายไปได้พระพุทธสิหิงค์ หรือที่ชาวจังหวัดเชียงใหม่เรียกว่า “พระสิงห์” มาจากเมืองกำแพงเพชรและก็ได้นำขึ้นมาถวายให้พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์เมืองจังหวัดเชียงใหม่นั้น ท่านได้เชิญพระพุทธสิหิงค์ลงเรือขึ้นมาตามแม่น้ำปิงเมื่อขบวนเรือมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ ตรงเวลาเย็นแล้วจึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ขึ้นจากเรือ และจากนั้นจึงนำไปตั้งไว้บนบกที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางฝั่งทิศตะวันออกแม่น้ำปิง ปรากฏว่าในคืนนั้นได้เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้น โดยได้มีแสงไฟลุกโชติช่วงขึ้นที่องค์พระพุทธสิหิงค์ แสงไฟนี้เป็นลำยาวขึ้นไปบนฟ้าพาดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คนที่พบเจอต่างมั่นใจว่า นี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธสิหิงค์ ต่างพากันมากราบไหว้ด้วยความศรัทธา หลังจากนั้นก็เลยนำขึ้นตั้งบนราชรถอาสน์ ตั้งขบวนแหนลากจากท่าน้ำวังสิงห์คำ เพื่อจะนำไปตั้งที่วัดสวนดอก แต่ว่าเพียงพอขบวนลากราชรถมาถึงวัดลีเชียงพระ ราชรถก็หยุดเสียเฉยๆถึงแม้ผู้คนจะช่วยกันลากยังไงก็ไม่ไป พระเจ้าแสนเมืองมา ก็เลยได้นิมนต์เชิญพระพุทธสิหิงค์เข้าติดตั้งเอาไว้ภายในวิหารวัดลีเชียงพระ แล้วจัดให้มีการฉลองสมโภชขึ้น นับตั้งแต่นั้นมา พระพุทธสิหิงค์ก็เลยได้ติดตั้งอยู่ที่วัดลีเชียงพระ ผู้คนชาวจังหวัดเชียงใหม่ก็เลยเรียกวัดนี้ใหม่ว่า วัดพระสิงห์         แต่ก่อนที่วัดนี้จะถูก เรียกว่าวัดพระราชสีห์นั้น เดิมมีชื่อว่า “วัดลีเชียงพระ” เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ตลาด ประชาชนเรียกตลาดที่อยู่กึ่งกลางเวียงว่า “กาดลี” คำว่า “เชียง” ก็คือ เวียง หรือ เมือง โดยเหตุนี้วัดที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเมืองก็เลยเรียกว่า “วัดลีเชียงพระ” ซึ่งมีความหมายว่า “วัดตลาดเมือง” ครั้นเมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ลำดับที่ 8 แห่งราชวงศ์มังรายได้เชิญพระพุทธสิหิงค์จากเมืองเชียงรายมาติดตั้งไว้ที่วัดนี้ แล้วจึงเรียกชื่อว่า “วัดพระสิงห์” วัดพระสิงห์ ตั้งอยู่รอบๆกลางเมืองเชียงใหม่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ในรอบๆวัดมีโบราณสถานที่สำคัญและเก่าแก่อาทิเช่น วิหาร วัดพระราชสีห์ เดิมทำขึ้นในยุคพระผู้เป็นเจ้ากาวิโรรส   ถัดมาเมื่อวิหารทรุดโทรมลง ด้วยศรัทธาของชาวบ้านระแวกนั้น ก็เลยไปนิมนต์คุณครูบาศรีวิชัยมาบูรณะแล้วก็สร้างใหม่หมดทั้งหลัง ซึ่งสร้างเป็นศิลปแบบล้านนา ผสมเชียงแสน ความเด่นของวิหารวัดพระสิงห์ก็คือความชันของตัวหลังคาจะกลมกลืนกับตัวอาคาร ที่ก่อสร้างด้วยก้อนอิฐฉาบปูนครึ่งก้อนอิฐครึ่งก้อนตามด้วยไม้มีฝากบ แผนผังของโบสถ์วิหารที่สร้างกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดา โดยมากเป็นโรงใหญ่ไม่มีระเบียงโอบล้อมกรอบ ด้วยเหตุผลดังกล่าวเสาด้านนอกอาคารจึงไม่แสดงจุดสำคัญเหมือนโบสถ์วิหารในรุ่นถัดมา ประตูปากทางเข้ามักจะมีรูปปั้น มีซุ้ม โดยมากจะทำเป็นรูปพญานาค ราชสีห์ หรือนกยูง อันเป็นศิลปะของพม่าภาพวาดฝาผนังในวิหารลายคำวัดพระสิงห์เขียนขึ้นในราวยุครัชกาลที่ 5 โดยความสามารถของ เจ็กเส็ง เป็นจิตรกรรมที่มีความสวยสดงดงาม ทรงอิทธิพลศิลป์จากกรุงเทพมหานครประสมประสานกับแบบประเพณีพื้นเมืองล้านนาที่ยังปนเปกับอิทธิพลศิลปะตะวันตกด้วย ภาพลายเส้นจิตรกรรมฝาผนังของวัดพระสิงห์เป็นภาพลายเส้นเรื่องสังข์ทองหรือสุวัณณสังขชาดก ซึ่งเป็น 1 ใน50 เรื่องของปัญญาสชาดกหรือชาดกนอกนิบาต เป็นงานวรรณกรรมที่แต่งเอาอย่างชาดกโดยพระเถระชาวจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พุทธศักราช2000-2200 นอกจากสุวัณณสังขชาดกแล้วยังมีเรื่องมีราวสมุทรโฆษชาดก สุธนชาดก รถเสนชาดก ฯลฯ     ปัญญาสชาดกแต่ละเรื่องมีลักษณะ 4 ประการคือ บอกว่าเป็นพุทธวจนะมีเหตุให้พระพระพุทธเจ้าทรงเปรยประเด็นนั้นพระสาวกหรือบุคคลถามแล้วจึงทรงเล่ารวมทั้งตอนสุดท้ายมีเรื่องมีราวการกลับชาติ ปัญญาสชาดกนี้เคยเผยแพร่ไปถึงเมืองเมียนมาร์ เรียกกันว่า “จังหวัดเชียงใหม่ปัณณาส” กษัตริย์ประเทศพม่าองค์หนึ่งดำรัสว่าเป็นหนังสือที่แต่งเลียนแบบพระพุทธวจนะรวมทั้งสั่งให้เผาเสีย การเขียนภาพวาดฝาผนังในวิหารลายคำวัดพระสิงห์ช่างเขียนสามารถระบุจินตนาการได้ตามอย่างที่ต้องการ โดยการเขียนภาพคนภายในกิริยาท่าทางต่างๆมีการใช้สีที่แจ่มใส บอกถึงอารมณ์รวมทั้งลูกเล่นของช่างในสมัยก่อน เป็นที่น่าสังเกตุว่าภาพผู้ที่เขียนนั้นเป็นการเลียนแบบวิถีชีวิตของคนล้านนาในอดีตซึ่งสังเกตุจากรอยสักรอบๆต้นขาของรูปคนในรูปภาพ รวมถึงการแต่งกายของเพศชายที่นุ่งแต่ผ้าเตี่ยวมีผ้าตะพายพาดไหล่ซึ่งเป็นรูปแบบของคนล้านนาภาพลายเส้นจิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำของวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร นับว่าเป็นงานฝีมือของช่างชั้นเอกที่ปัจจุบันนี้ยังคงได้รับการรักษา ถึงแม้ว่าตัววิหารลายคำจะผ่านการบูรณะซ่อมมาแล้วหลายคราว แต่ว่ารูปภาพฝาผนังบ้านยังคงได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อมีโอกาสมาท่องเที่ยววัดพระสิงห์ ลองแวะเข้าไปดูความสวยสดงดงามของภาพเขียนจิตรกรรมได้ที่ วิหารลายคำ จ.เชียงใหม่ เรียบเรียงโดย www.fun88th.pro

การพัฒนาสมองมนุษย์ ด้วยศิลปะ

พวกเรารู้กันมานานแล้วว่าศิลปะเป็นสิ่งส่งเสริมจิตใจมนุษย์ ช่วยทำให้มนุษย์มีจิตใจที่อ่อนโยน สงบ และไม่หยาบกระด้าง  พวกเราใช้ศิลปะบางแขนงช่วยสำหรับการเยียวยาความป่วยของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ  นี่คือประโยชน์ของศิลปะที่พวกเรารับทราบ แม้กระนั้นก็ยังไม่มีใครพูดได้ว่า แท้จริงศิลปะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มากกว่าที่พวกเรารับทราบมากนัก ไม่นานมานี้เองนักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง (neuroscientist) ได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าต้นสายปลายเหตุที่ทำให้มนุษย์ฉลาดหลักแหลม ก็คือ การที่เซลล์สมองมาต่อเชื่อมกันเป็นวงจรประสาท (neural circuit) ยิ่งเซลล์เหล่านี้ต่อเชื่อมกันเป็นวงจรรวมทั้งจัดระบบกันได้ดีเยี่ยมเท่าไรก็จะก่อให้สมรรถนะของสมองมีมากขึ้นเท่านั้น นั่นก็คือทำให้มนุษย์ฉลาดปราดเปรื่องขึ้นนั่นเอง ปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์ถามถัดไปอีกก็คือ อะไรเป็น ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เซลล์สมองกลุ่มนี้มาเรียงเชื่อมต่อกันเป็นวงจรที่สมบูรณ์ คำตอบที่ได้ก็คือการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ของมนุษย์ การกระตุ้นและก็ท้าทายความคิด การฝึกหัดจัดการกับปัญหาแล้วก็ฝึกหัดจินตนาการของคนเรานั่นเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าหากพวกเราต้องการฉลาดหลักแหลมพวกเราก็ต้องหากิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ซึ่งสามารถทำให้มีการเกิดสิ่งที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว กิจกรรมศิลปะนำไปสู่อะไรขึ้นในสมองมนุษย์? ถ้าเกิดจะตอบด้วยภาษาทางด้านจิตวิทยาก็จำต้องกล่าวว่า กิจกรรมศิลปะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการพัฒนาจินตนาการของคนเรา นำไปสู่ความอ่อนโยนทางอารมณ์ เกิดสุนทรียภาพรวมทั้งความตรึงใจ นอกจากนั้น ยังเป็นเหตุให้อวัยวะส่วนต่างๆที่เกี่ยวพันกับวิธีการทำกิจกรรมมีการขยับเขยื้อน ซึ่งโดยสรุปแล้วพวกเราก็ยังแลเห็นไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ในสมองมนุษย์ ตอบใหม่คราวนี้เราจะตอบโดยภาษาของนักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง ก็จำเป็นต้องพูดว่ากิจกรรมศิลปะนำมาซึ่งการเชื่อมต่อกันของเซลล์สมองในส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับจินตนาการ ความซาบซึ้งประทับใจ การเคลื่อนไหวผสานกันของมือไม้แขนขาที่เกี่ยวพันกับกิจกรรมศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นสมองส่วนหน้า (cerebral cortex) สมองส่วนกลาง(parietal lobe) สมองน้อย (cerebellum) หรือสมองส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอารมณ์ (amygdala) นี่เป็นความชัดเจนของกิจกรรมศิลปะที่มีต่อสมองมนุษย์ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองได้นำมาให้พวกเรารับรู้ พวกเราจะใช้กิจกรรมศิลปะกับนักเรียนเพื่อช่วยปรับปรุงสมองรวมทั้งการศึกษาได้ยังไง? ขั้นตอนแรกจำต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการใช้กิจกรรมศิลปะในที่นี้ไม่ใช่การฝึกฝนให้ผู้เรียนเป็นช่างวาดเขียนหรือปฏิมากรผู้ยิ่งใหญ่ แม้กระนั้นเป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรักและก็ตื้นตันในศิลปะ ต้องการจะดำเนินงานศิลปะไม่ว่าแขนงอะไรก็แล้วแต่ ด้วยเหตุว่าพวกเราอยากให้การทำกิจกรรมศิลปะนี้ไปกระตุ้นการสร้างวงจรหลายๆวงจรในสมองของเด็ก ผลงานศิลปะจะออกมาดีหรือไม่ดีไม่ใช่ประเด็น พวกเราอยากได้สมองที่สมบูรณ์ ไม่ใช่งานศิลปะที่ดีเลิศ แต่ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเด็กบางคนที่มีแววของความเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต ซึ่งอาจารย์จะต้องดูให้ได้และก็ช่วยส่งเสริมต่อไปเป็นกรณีพิเศษ อย่างไรก็แล้วแต่ การที่เขาได้สัมผัสกับกิจกรรมศิลปะตั้งแต่ต้นๆเป็นการสร้างวงจรรากฐาน ทางศิลปะในสมองของเขา ซึ่งมันจะถูกต่อยอดในโอกาสข้างหน้าได้อย่างสะดวกสบาย หลักสำคัญถัดมาก็คือพวกเราจำเป็นจะต้องไม่ตีกรอบให้เด็ก เด็กบางคนชอบวาดภาพ บางคนชอบปั้นดิน ตัดกระดาษปะติดเป็นรูป พวกเราจำต้องปลดปล่อยตามอิสระในช่วงแรก ด้วยเหตุว่านี่เป็นการผลิตความแข็งแรงให้แก่วงจรของสมองในส่วนของจินตนาการ เด็กบางทีอาจจะลองหรือทดสอบไปเรื่อยๆหาประสบการณ์แต่ละอย่างตามความชื่นชอบ ทุกสิ่งที่เขาสัมผัสจะนำมาซึ่งการทำให้เซลล์ในสมองของเขาก่อรูปเป็นวงจรเรื่องต่างๆขึ้นมา โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือวงจรแห่งจินตนาการ rb88 ด้วยเหตุว่ามันจะเป็นพื้นฐานอันสำคัญของอีกหลายๆเรื่องในชีวิตของเขาในอนาคต  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มนุษย์ที่ทุกคนเชิดชูว่าฉลาดหลักแหลมที่สุดต่อจาก เซอร์ไอแซก นิวตัน ได้กล่าววาจาอันเป็นอมตะไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าวิชาความรู้ Imagination is more important than knowledge.”  ด้วยเหตุนั้น พวกเราจำเป็นต้องให้โอกาสให้กิจกรรมศิลปะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยก่อรูปวงจรของจินตนาการ ให้เกิดขึ้นในสมองของเด็กให้ได้ ศิลปะเป็นอีกภาษาหนึ่งของคนเรา เป็นภาษาสากลซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความคิดของศิลปินออกมาให้คนอื่นรับทราบได้ เด็กบางบุคคลอาจจะมีความยากลำบากในการสื่อสารด้วยภาษาพูด ภาษาเขียน โดยเฉพาะในเด็กตัวเล็กๆๆกิจกรรมศิลปะก็เลยเป็นอีกวิถีทางหนึ่งซึ่งสามารถใช้เพื่อติดต่อกับเด็ก พวกเราจะสามารถรับทราบความคิด รู้ความต้องการรวมทั้งปัญหาของเขาได้ผ่านทางงานศิลปะ แล้วก็ที่สำคัญก็คือความรู้ความเข้าใจสำหรับการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดจินตนาการของคนเราออกมาเป็นงานศิลปะนั้น พวกเรานับว่าเป็นความฉลาดอย่างหนึ่งของผู้คนซึ่งสามารถส่งเสริมโลกให้มีความสวยสดงดงามน่าอยู่น่าประทับใจได้ แล้วก็งานศิลปะบางครั้งยังสามารถก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจได้อย่างมากมายอีกด้วย ศิลป์ เป็น เครื่องไม้เครื่องมือที่ทำให้ผู้ผลิตงานศิลป์เกิดความภูมิใจในตนเอง การที่เด็กสร้างงานศิลปะขึ้นมาสักชิ้นจะดีหรือไม่ดี สวยหรือไม่สวย ไม่สำคัญเท่ากับว่าเขาได้ทำมันขึ้นมาแล้ว งานชิ้นนี้ได้ผ่านการวางกรอบแนวคิดคิดแผนในการผลิต แล้วก็ลงมือผลิตกระทั่งเสร็จ นี่เป็นค่าของงานที่พวกเราจำเป็นต้องให้การชื่นชมมากกว่าคุณภาพของผลงาน ผลแห่งการทำงานชิ้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วมันได้วางวงจรของการสร้างสรรค์งานศิลปะให้กับเด็กแล้ว นี่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องการ นอกจากนี้ การชื่นชมเด็กจะมีผลให้วงจรสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองตัวเอง การยอมรับนับถือตัวเองรวมทั้งคนอื่นมีความเข้มแข็งขึ้น สังคมอะไรก็แล้วแต่ ล้วนอยากได้ผู้ที่มีจินตนาการ สร้างสรรค์ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดจินตนาการของตนออกมาทั้งในแบบคำพูดและสัญลักษณ์ทางศิลปะ ตลอดจนต้องการผู้ที่เคารพตนเองและคนอื่นๆด้วยกันทั้งนั้น กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งส่งเสริมจิตใจมนุษย์แค่นั้น หากแต่ว่าเป็นกิจกรรมซึ่งสามารถสร้างผู้ที่มีความสามารถที่จะสร้างโลกใบนี้ให้เป็นไปตามที่ใจมุ่งหมายเลยทีเดียว